พันธุ์สมองน้อย : ไมเคิ้ล เลียไฮ

มิจฉาชีพโดยมากมักเป็นคนโง่ทึ่ม คิดอะไรไม่เป็นเหตุเป็นผล เรื่องนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ได้รับการยอมรับกันมาก คนปกติสามารถคิดได้ว่า “การประกอบอาชีพการงานอย่างสุจริต เป็นการทำมาหากินอย่างยั่งยืน” แต่เชื่อหรือไม่ว่าความคิดง่ายๆ แบบนี้ เป็นสิ่งที่พวกมิจฉาชีพไม่สามารถคิดได้ นั่นเป็นเพราะสมองมิจฉาชีพเป็นรูปแบบสมองที่ขาดการพัฒนา มีแนวโน้มว่าอาจเป็นผลถ่ายทอดจากพันธุกรรม ในบางกรณี อาจเกิดจากอาการบาดเจ็บของสมองส่วนหน้า หรือความผิดปกติอื่นๆ ความคิดที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลนี้ หากอ่านนิตยสารโกงมาโดยตลอด ทุกท่านจะทราบดี หากพิจารณาถึงเรื่องราวการคดโกงต่างๆ ที่เราเคยนำเสนอ

พวกมิจฉาชีพมีความต้องการอย่างแรงกล้า แต่พวกเขาขาดความคิดที่ชาญฉลาดนั่นเอง

ความโง่เขลาเบาปัญญาแบบนี้ ทำให้เกิดพฤติกรรมโง่ซ้ำซาก แท้ที่จริงแล้ว มิจฉาชีพเป็นกลุ่มบุคคลที่ถูกล่อลวงได้โดยง่าย ดังนั้นเราจึงได้ยินอยู่เสมอว่าพวกเขามักจนมุม เจ้าหน้าที่บ้านเมืองด้วยเหตุผลที่ไม่น่าเชื่อ

การหลอกลวงคนจำนวนนับพันให้ไปรอขึ้นเครื่องบินเพื่อไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างที่ดี สิ่งนี้เป็นเรื่องที่คนโดยทั่วไป ไม่ต้องเป็นผู้ที่มีสติปัญญาสูงมาก ก็ล่วงรู้ได้ไม่ยากว่าผู้กระทำการได้แหย่ขาข้างหนึ่งเข้าไปในตะราง ตั้งแต่ได้คิดค้นวิธีหลอกลวงต้มตุ๋นนี้ขึ้นมา

ย้อนกลับไป สืบสาวราวเรื่อง บุคคลดังกล่าวได้เคยถูกจองจำมาแล้วครั้งหนึ่ง ในข้อหาเดียวกันนี้…

เราจะเห็นถึงความต้องการอันแรงกล้าของพวกมิจฉาชีพ ที่จะเสาะแสวงหาสิ่งที่ตนเองต้องการ พวกเขาทำทุกอย่าง ทำซ้ำๆ ด้วยรูปแบบเดิมๆ แต่สิ่งที่เรามองไม่เห็นคือความชาญฉลาด กับความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล

มิจฉาชีพบางคนจึงเชื่อเฉพาะแต่เรื่องโง่ๆ เท่านั้น…

มิจฉาชีพเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยสัญชาตญานสัตว์ พวกเขามีความหิว มีความต้องการทางเพศ มีกิเลสตัณหา แต่มีอารมณ์ที่ไม่ซับซ้อน พวกเขาแตกต่างจากสุจริตชน ตรงที่พวกเขาโง่และขาดโอกาส เป็นที่ยอมรับกันมานานว่านักหลอกลวงต้มตุ๋นหรือมิจฉาชีพมักเติบโตจากครอบครัวที่มีความบกพร่อง มีวัยเด็กที่ขาดแคลน และเมื่อเติบโตขึ้น พวกเขาต้องการทุกสิ่งทุกอย่าง โดยไม่เลือกวิธีการที่จะได้มา

“หมอดู” เป็นตัวอย่างที่ดี อาชีพนี้คืออาชีพที่อาศัยการหลอกลวงต้มตุ๋น เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ ด้วยข้อเท็จจริงว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง และไม่มีใครสักคนจะล่วงรู้อนาคต หรือสามารถเปิดปฏิทินดูเหตุการณ์วันพรุ่งนี้ได้ และถ้าหากพวกเขาล่วงรู้อนาคต พวกหมอดูคงไม่ต้องนั่งพูดเป็นวรรคเป็นเวร แล้วแบมือขอสตางค์จากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

โปรดอย่าคิดว่าสิ่งนี้เป็นวัฒนธรรม แต่ต้องเรียกว่าเป็น “มิจฉาอาชีพ” ที่ทุกสังคมปล่อยปละละเลย จนหมอดูในประเทศไทยสามารถถูกเรียกว่า “อาจารย์” ได้ ทั้งที่ไม่เคยสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยไหน มิหนำซ้ำ รายได้จากการดูหมอ ยังไม่เคยออกใบเสร็จ และไม่ได้จ่ายภาษีแม้แต่บาทเดียว จึงต้องถามว่าเป็นอาชีพทีไ่ด้รับการยกเว้น ไม่ต้องจ่ายภาษีหรือยังไง และเป็นอาชีพของอภิสิทธิ์ชนหรือไม่

แต่ทำไมพวกเขาจึงสามารถทำสิ่งนี้ได้ และทำไมสุจริตชนที่มีระบบความคิดปกติจึงไม่สามารถทำได้ ในเมื่อการหลอกลวงผู้อื่นว่าล่วงรู้อนาคตไม่ใช่เรื่องยาก คำตอบคือสมองที่รู้ผิดชอบชั่วดี มักจะเลือกไม่ทำในสิ่งชั่ว

มันเป็นแค่คำตอบง่ายๆ เท่านั้น

มากกว่านั้น, อาจเป็นความเกรงกลัวต่อระบบกฎหมาย ความสามารถในการคิดได้ตามหลักเหตุและผล การคดโกง หลอกลวง ต้มตุ๋น ล้วนเป็นหนทางนำพาไปสู่หายนะ วันนี้ยังไม่ตกที่นั่งลำบาก แต่ในอนาคตต้องมีสักวันหนึ่ง คนเราเมื่อกระทำชั่วอย่างหนึ่ง มักจะถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องกระทำชั่วอีกอย่างหนึ่ง และอีกหลายๆ อย่าง

ผลสุดท้ายก็คือต้องชั่วไปเรื่อย เป็นเพราะไม่ยอมจะเลิกชั่วนั่นเอง.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *