16 ชั่วโมง : ไมเคิ้ล เลียไฮ

สมัยเป็นเด็กหนุ่ม ผมชอบเดินทาง เป็นเพราะมีนิสัยรักการผจญภัย ผมนั่งรถไฟท่องเที่ยวไปทั่ว โดยไม่รู้จะพบเจอกับอะไร หลายครั้งเดินทางขึ้นภาคเหนือโดยรถไฟชั้นสาม ซึ่งราคาตั๋วถูกเพียงร้อยกว่าบาท แต่เดินทางได้ไกลถึงเจ็ดร้อยกิโล

แถมได้พบตัวละครที่น่าสนใจมากมาย

ผมเจอคนมามาก และมากยิ่งกว่ามาก มักเป็นคนที่พบเจอกันเพียงครั้งเดียว สมัยนั้น ผมมีเพื่อนแม้กระทั่งบนขบวนรถไฟ ที่ช่วยเข่นฆ่าความน่าเบื่อหน่าย 16 ชั่วโมง ก่อนจะถึงปลายทาง

หลายครั้ง ผมเห็นความอาภัพอับโชคของคน หรือแม้กระทั่งเล่ห์เหลี่ยมของคนที่โชคชะตาพัดมา

ครั้งหนึ่งรถไฟแวะจอดที่สถานีพิษณุโลก ผมตั้งวงเหล้ากับเขาที่หน้าห้องน้ำรถไฟ มิตรที่บังเอิญเจอกัน ชายชราผมขาวโพลน ก้าวเท้าขึ้นรถไฟพร้อมกับขวดเหล้าขาว เมื่อสายตาพบพานเราเข้า แกก้าวเท้าเข้าร่วมวงด้วยเหล้าขาวครึ่งขวดของแก

ไม่นาน นิยายชีวิตเริ่มพรั่งพรู…

ไม่ต้องบอกยังรู้ว่าแกเป็นคนจน…

“ฉันจนแค่ไหน แกคิดดูเถอะ…” แกเล่าด้วยน้ำเสียงอัดอั้นตันใจ “แม้แต่น้ำปลายังไม่มีจะกิน จะกินข้าวแต่ละที ต้องเอาเกลือละลายน้ำกินแทนน้ำปลา”

ขนาดผมฟังนิยายวงเหล้ามามากยังแทบสร่าง ไม่เคยเจอใครมีชีวิตรันทดขนาดนี้มาก่อน

“ถ้าฉันไม่มี ใครมันจะมาให้ฉันกิน…”

ผมมองขวดสีทึบที่แกหนีบมาด้วย

“ผมจนยิ่งกว่าลุงเสียอีก” แกมองหน้าผมเหมือนคนเดินสะดุดก้อนหิน “ขนาดเกลือบ้านผมยังไม่มี จะกินข้าวแต่ละที ต้องเดินไปขอเกลือบ้านข้างๆ”

พูดจบ มิตรวงเหล้าหัวเราะในลำคอเบาๆ ผมยื่นแบนเหล้าส่งให้ชายชรา ส่วนแกก็ยื่นขวดเหล้าขาวส่งให้

ชีวิตก็แค่นี้, ดวดกันคนละอึกสองอึก

รถไฟจะวิ่งถึงไหนไม่ทราบ เหล้าหมดไปจากแบน ผมถอนตัวจากสมาคมนิยมเหล้าเพรียว เดินมึนไปนั่งคนเดียวอย่างมีความสุข และจดบันทึกอะไรเล็กน้อย

ทุกคนต่างรอคอยปลายทาง แต่ระหว่างทางมักมีสิ่งน่าสนใจ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *