จ.ส.ต.พิณฤทธิ์ หอมกรุ่น ตชด.นักรบตำรวจ

จ.ส.ต.พิณฤทธิ์ หอมกรุ่น หรือ “พิณ ตชด. นักรบตำรวจ” ผู้ก่อตั้งและดำเนินการเพจ “แอดมินเพจ เตือนภัยมิจฉาชีพ กลโกง และแชร์ประสบกาณ์มิจฉาชีพ” สร้างผลงานรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน รวบรวมผู้เสียหาย สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษ เอาผิดกลุ่มมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ได้อย่างมากมาย เปิดเพจเตือนภัยประชาชนตั้งแต่ปี 2557 ย้อนกลับไป เคยช่วยงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พลอยถูกกระแสการเมือง ก่อตั้งเพจเตือนภัยเพราะอยากช่วยเหลือประชาชน จนเริ่มทำงานเชิงรุก แนะนำช่วยเหลือ ชี้แนะเทคนิคในการเอาผิดมิจฉาชีพ ให้วิธีการกลุ่มผู้เสียหายไปดำเนินการจนได้ผลมาแล้วอย่างมากมาย

อยากให้ช่วยเล่าที่มาของการตั้งเพจ “เตือนภัยมิจฉาชีพ กลโกง และแชร์ประสบการณ์มิจฉาชีพ”
ผมเป็นอดีตตำรวจตระเวนชายแดน เพจนี้ผมทำมาตั้งแต่ปี 57 ตอนนั้นทำข่าวในศูนย์ข่าวของ ศูนย์ปฏิบัติการ กองกำกับการ ตำรวจตระเวนชายแดน ก็เลยอยู่หน้าคอมเป็นส่วนใหญ่ เข้าเวรทุกวัน อยู่หน้าคอมพ์ทุกวัน ข่าวที่ทำในช่วงเวลานั้นเป็นข่าวของราชการ ส่วนมากเป็นข่าวเกี่ยวกับยาเสพย์ติด เรื่องป่าไม้ ผมเลยคิดว่าจะทำยังไงดี อยากมีส่วนร่วมในสังคม ช่วยเหลือภาคประชาชน เลยตัดสินใจเปิดเพจ เอาข่าวอะไรก็ตามที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ ที่เหมือนเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ยังไม่มีใครทำ เลยตัดสินใจทำงานประเภทเตือนภัยมิจฉาชีพ ฉ้อโกง เพราะเคยได้ยินข่าว แต่ไม่มีใครทำงานข่าวด้านนี้ ส่วนมากที่ทำกันก็จะเป็นข่าวอาชญากรรม ข่าวอุบัติเหตุ ที่เห็นกันในเฟซบุ๊ค

ตอนนั้นเริ่มต้นอย่างไรครับ
ในช่วงแรกก็เป็นการเตือนภัยการโจรกรรมรถยนต์ ว่ามิจฉาชีพกระทำการในรูปแบบไหน วิธีไหนบ้าง เราจะสามารถป้องกันทรัพย์สินได้อย่างไร ในช่วงแรกผมก็เอาข่าวที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมาเผยแพร่ ต่อมาด้วยความที่อ่านเจอข่าวต่างๆ เรื่องการหลอกลวงกัน โกงกัน ก็เลยเอาข่าวที่เป็นเรื่องการจับกุมมาบ้าง เผื่อมีประชาชนที่เคยตกเป็นเหยื่อ จะสามารถไปแจ้งความ และได้รับรู้ตอนนี้สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้

นานไหมครับ กว่าจะมีคนติดตามเยอะแบบนี้
สักปี 57 เริ่มมีประชาชนคลิกติดตามเพจมากขึ้น เมื่อเข้ามาพบข่าวเกี่ยวกับการจับกุมและการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ ก็จะมีคำถามเรื่องต่างๆ เข้ามา เช่นเมื่อเขาตกเป็นเหยื่อ เขาจะต้องทำอย่างไร ผมก็หาดูว่าหน่วยงานไหนรับเรื่องได้ ที่ไหนทำคดีแบบนี้ ผมก็จะแนะนำให้ แต่ส่วนมากเขาไปตามที่เราบอก แต่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือ เราก็ทำยังไงดีที่จะช่วยเหลือเขาได้ ก็เลยตัดสินใจทำด้วยตัวเอง เป็นแกนนำเองตอนปี 59 เพราะส่วนมากประชาชนไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้ขั้นตอนว่าเกิดเรื่องแล้วต้องทำยังไง เราก็เลยดำเนินการให้

อยากให้ยกตัวอย่างคดีที่ทางเพจรับเรื่องร้องเรียนมาแล้วช่วยดำเนินการจนสำเร็จ
ก่อนอื่นผมขอพูดในเรื่องคดีที่มีมากที่สุดในเพจของผม อันดับแรกเลยคือการขายของออนไลน์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่มิจฉาชีพชอบใช้มากที่สุด เนื่องจากประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ใครมีโทรศัพท์ก็สามารถซื้อของออนไลน์ได้ โดยที่ไม่ได้คิดว่าซื้อของไปแล้วจะได้ของจริงไหม เรื่องนี้มีคนติดต่อเข้ามาเยอะ เป็นคดีแรกที่ผมเริ่มรวบรวมผู้เสียหาย

ทำไมพวกนี้จึงกล้าหลอกให้คนโอนเงินไปให้
คดีแบบนี้ มิจฉาชีพจะมองว่าเป็นคดีแพ่ง เป็นความผิดระหว่างบุคคล ผู้เสียหายก็จะมองว่าเป็นเงินแค่ห้าร้อยพันบาท ไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่มิจฉาชีพหลอกวันละเป็นร้อยเป็นพันคน ลองคิดว่าเป็นเงินเท่าไร

ส่วนมากผู้เสียหายก็มองว่าเป็นเงินน้อย
ใช่ครับ ถูก ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่กล้าไปแจ้งความ อายบ้าง ทำให้ปล่อยเลยตามเลย จริงๆ แล้ว ผู้เสียหายส่วนใหญ่มักจะคิดว่าตำรวจไม่รับทำคดี ก็เลยปล่อยไป แต่จริงๆ สามารถทำได้ ต้องรวบรวมผู้เสียหายมา เคสการขายของออนไลน์เป็นเคสแรกของผม

เป็นงานแรกที่รับเรื่องร้องทุกข์มาดำเนินการ
งานแรกเป็นเพจอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ซึ่งผมรวบรวมผู้เสียหายได้มากถึงสองพันคน โดยรวบรวมทางไลน์กรุ๊ป อย่างที่บอกว่าถ้าเป็นความผิดระหว่างบุคคล เมื่อไปแจ้งความตำรวจจะมองว่าเป็นคดีแพ่ง ผมก็เลยจัดการรวบรวมผู้เสียหาย พอรวบรวมก็กลายเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก ก็เลยเป็นส่วนหนึ่งที่ผมสามารถช่วยเหลือประชาชนได้

รายนี้ถูกฟ้องคดีอะไรครับ
ฉ้อโกงประชาชนครับ คือถ้าเป็นคดีแพ่ง เขาเรียกว่าฉ้อโกง แต่ด้วยความที่ผมรวบรวมผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก จึงเปลี่ยนจากคดีแพ่งเป็นคดีอาญา พอเป็นคดีอาญาก็เลยกลายเป็นฉ้อโกงประชาชน

เขาถูกลงโทษยังไงบ้าง
คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน ตอนแรกจับได้ 6 คน ตอนหลังจับได้เพิ่มอีก มูลค่าความเสียหายประมาณสองล้านกว่า จับได้ตอนพฤศจิกายน ศาลตัดสินเมื่อเดือนมีนาคมให้ชดใช้ค่าเสียหายกับทางผู้เสียหายทั้งหมด และติดคุกคนละ 8 ปีครับ

ที่บอกว่าเขาหลอกคนสองพันคน เขาทำมากี่ปีครับ
ประมาณปีกว่า ด้วยความที่ประชาชนไม่รู้ว่าจะไปต่อกรกับเขายังไง ก็เลยทำให้มิจฉาชีพกลุ่มนี้ลอยนวล ไม่เคยมีใครไปแจ้งความ เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกในเรื่องการซื้อของออนไลน์ คุณต้องแจ้งความ รวบรวมหลักฐาน อย่าปล่อยไป ถ้าปล่อยไป เขาไปก่อเหตุอีก

อันนี้คือกรณีที่ “บิ๊กโจ๊ก” รับเรื่องเองใช่ไหม
ใช่ครับ ผมส่งเรื่องให้ท่านผู้การโจ๊ก ท่านใจดีมาก ใช้เวลาแค่อาทิตย์เดียว สามารถจับกุมได้ ดีใจมากกับการที่ท่านเข้ามาช่วย

แล้วกรณีอื่นๆ ล่ะครับ
ก็มีเรื่องการหลอกปล่อยเงินกู้ในเพจเฟซบุ๊ค อันนี้ตามสถิติที่ผมเก็บข้อมูลไว้ มีมากอันดับสอง เคสของการปล่อยเงินกู้ เรียกว่าเป็นการหลอกเก็บค่าธรรมเนียม เช่น จะกู้เงินหนึ่งหมื่นบาท จะขอเก็บเงินล่วงหน้าหนึ่งพันบาทหรือพันห้าร้อยบาท ขอเก็บดอกก่อน ถ้ากู้หนึ่งแสนก็เสียดอกก่อนหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งโอนไปแล้วก็บล็อกช่องทางติดต่อครับ

ทำไมผู้เสียหายถึงหลงเชื่อครับ ทำไมถึงเชื่อใจโอนเงินไปก่อนเป็นหมื่น คิดว่าเป็นเพราะอะไรครับ
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในหน้าเพจลงโฆษณาว่ามีคนที่ได้รับเงินกู้ไปแล้ว สร้างความน่าเชื่อถือ และอีกอย่างหนึ่งคือความเดือดร้อนของประชาชนผู้เสียหายคนนั้น แต่ประเด็นสำคัญคือผู้เสียหายลืมไปว่า อย่างง่ายๆ เลย ขนาดปล่อยเงินกู้แถวบ้าน ยังไม่กล้าจะปล่อยเงินกู้ให้กันง่ายๆ เลย

ขนาดผมไปกู้ธนาคารกรุงไทย ธนาคารยังไม่ให้เลย แม้แต่ธนาคารไทยพาณิชย์ กู้ผ่านแอพฯ ก็ไม่อนุมัติ ผมยังว่าจะไปกู้ตามเฟซบุ๊คอยู่นี้
คุณต้องคำนึงว่าไปกู้เงินเขา คุณจะเอาเงินไปให้เขาก่อนได้ยังไง ถูกต้องไหม ขนาดคนเห็นหน้ากัน เขายังไม่ปล่อยเงินกู้ให้กันเลย นับประสาอะไรกับในเพจ ในเฟซบุ๊ค ที่จะปล่อยเงินกู้ให้คุณ แต่ให้คุณจ่ายดอกเบี้ยก่อน เพราะอย่างนั้น อะไรก็ตาม ถ้าหลอกให้โอนเงินก่อน ให้คุณระลึกไว้เลยว่าโดนหลอกแน่ๆ

อย่างกรณีซื้อของออนไลน์ก็ต้องโอนเงินก่อนนี่ครับ
ในกรณีที่เขาเป็นพ่อค้าแม่ค้าตัวจริง คุณเก็บเงินปลายทางสิ ถ้าคุณจะขายของ คุณต้องมีหลักแหล่งชัดเจน คุณจะไลฟ์สดอะไรต่างๆ ให้มีความชัดเจน แต่การขายของคุณต้องเก็บเงินปลายทาง คุณต้องดูของก่อนที่คุณจะจ่าย สมมุติคุณเป็นพ่อค้า คุณจะขายของจริง คุณต้องมีของให้เขาดูได้ ดูของเสร็จ จ่ายเงิน จบ แต่ว่าในกรณีหลอกปล่อยเงินกู้ ดอกเบี้ยถูกอย่างนั้นอย่างนี้ อย่าเชื่อครับ ผมบอกได้เลยว่าอย่าเชื่อ เนื่องจากว่าถ้าคุณโอนเงินเมื่อไร โอนค่าธรรมเนียมเมื่อไร ไม่ว่าจะห้าร้อยก็ตาม เท่าที่ผมเห็นเนี่ย คือห้าร้อย วันนึงสักสิบคน ก็เป็นเงินเท่าไรแล้ว การปล่อยเงินกู้แล้วเก็บค่าธรรมเนียมก่อน ไม่มีครับ คุณจะกู้เงิน ต้องไปที่สำนักงานเขา ที่อยู่ บริษัทของเขา ต้องยื่นหลักฐานอะไรต่างๆ กว่าจะยื่นกู้ได้

แล้วพวกแก๊งค์หมวกกันน็อคล่ะครับ
พวกนี้ปล่อยเงินเถื่อนก็จริง แต่ยังเห็นหน้าเห็นตา เขายังมาดูสถานที่อยู่ ขนาดนี้ก็ยังยาก จริงไหม

แล้วกรณีการหลอกรับงานไปทำที่บ้านล่ะครับ
การหลอกรับงานไปทำที่บ้าน เมื่อปีที่แล้ว เป็นคดีที่มีผู้เสียหายประมาณ 500 กว่าคน พอดีตอนนั้นผมเพิ่งเข้ามาทำงานด้านนี้ ลักษณะเป็นการประสานงานให้กับคนอื่นแต่ถือว่าเป็นการเรียนรู้ของผม คดีนั้นไม่สำเร็จนะครับ

พวกหลอกรับงานไปทำที่บ้าน เขามีรายได้แบบไหน
พวกนี้จะอ้างขอเก็บค่าอุปกรณ์ อันนี้ผมลงพื้นที่เอง เคยหาข้อมูลด้วยตัวเอง วิธีการของมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะมีงานให้ทำจริง เช่น งานแยกลูกปัดสี ถามว่าแยกไปทำไมครับ แต่คุณจะรับงานจากเขา คุณต้องวางเงินประกันหนึ่งร้อยบาท แต่ที่จริงค่าอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าไปซื้อในท้องตลาด ราคาแค่ 20 – 30 แต่มีส่วนต่าง 70 บาท ยังไม่พอครับ เมื่อคุณรับงานไปแล้ว ค่าประกันงานละ 100 บาท ถ้าคุณทำงานให้แล้วส่งคืน คุณจะได้รับเงิน 150 บาท ซึ่งงานก็เป็นงานแยกลูกปัด แยกไม้ไอติม แยกหนังยางสี ถามว่านั่งแยกไม้ไอติมไปทำไม คิดง่ายๆ ว่าสินค้านั้น ในท้องตลาดมีการรับซื้อไหม อาจจะอ้างว่าเป็นงานประดิษฐ์ ต้องส่งต่างประเทศ
ขอโทษนะครับ แยกลูกปัดสีเนี่ยนะ…

บางทีคนก็ไม่ได้คิดเยอะ เห็นว่าได้เงินก็ทำ
เงินประกันหนึ่งร้อย ถ้าทำงานได้ร้อยห้าสิบ กำไรครึ่งต่อครึ่งก็ดีใจ ก็เริ่มซื้องานทำเยอะขึ้น บางรายจ่ายหนึ่งต่อหนึ่ง ลงทุนหนึ่งร้อยบาทได้หนึ่งร้อยบาท หรืองานอย่างต่อจิ๊กซอว์ ที่เราเคยเล่นสมัยเด็กๆ ถามว่าต่อไปให้ใครครับ มันไม่สมเหตุผล จะส่งต่างประเทศ ซึ่งมองแล้วแบบนี้มาหลอกได้ด้วยเหรอ แต่วิธีการเขาทำแบบนี้

แต่เขาได้เงินจริงใช่ไหมครับ
แรกๆ ผู้เสียหายมาใหม่ก็วางเงินประกันหนึ่งร้อยบาท ซึ่งในท้องตลาด สินค้านั้นๆ เช่น กรรไกร มีดโกน นู่นนี่นั่น อาจไม่ถึงห้าสิบบาทด้วยซ้ำ แต่คุณต้องวางเงินประกันเป็นร้อย ดูเหมือนเป็นการทำงานจริง รับสิบชุด ลงทุนพันนึง ได้เงินพันห้าร้อยบาท ดีใจ อยู่ว่างๆ แรกๆ ส่งงานคืนให้ได้เงิน อยู่บ้านเฉยๆ เป็นพ่อบ้านแม่บ้าน คิดว่าน่าทำ รอบที่สองก็ยังได้เงิน พอเริ่มรอบงานที่สาม เริ่มจะจ่ายช้าลง จนเริ่มไม่มีให้ เดี๋ยวจะอย่างนั้น เดี๋ยวจะอย่างนี้ คือเริ่มไม่จ่ายค่าแรงแล้ว เขาเรียกว่าค่าแรงนะครับ ทำให้บางคนก็ถอดใจ ไม่เอาบ้าง ไม่รู้จะทำยังไง ไปแจ้งความ ตำรวจก็ไม่รับแจ้งเพราะมองว่าไม่เป็นความผิด ก็แล้วแต่ แต่ประเด็นคือเขาตกเป็นเหยื่อแล้ว

นับวันมูลค่าความเสียหายของการหลอกให้รับงานที่บ้าน ยิ่งเยอะขึ้น
ณ วันนี้ ผมรับคดีอยู่ ซึ่งตอนนี้ผมรวบรวมผู้เสียหายได้ 400 กว่าคน เวลานี้บอกให้เขาไปแจ้งความได้ 200 กว่าคน มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 20 ล้าน รายนี้อยู่ที่จังหวัดนนทบุรี คอยดูรูปการณ์ได้เลยว่าจะเป็นยังไง

ทำไมมูลค่าความเสียหายจึงเยอะขนาดนั้นครับ
อย่างเมื่อก่อนลงทุนแค่คนละพันสองพัน ไม่เกินห้าพันต่อคน แต่เวลานี้ เมื่อสองวันก่อนจะคุยกับคุณ ผมได้รับเรื่องว่าแต่ละคนเสียหายไปคนละหมื่น และสูงสุดคือเก้าแสนจากการรับงานไปทำที่บ้าน

โดนเบี้ยวค่าแรงเก้าแสน จากการนั่งแยกลูกปัด แยกหนังยางสีเนี่ย
ใช่ครับ ดูยอดผมใจหายเลย ทำไมเขากล้าลงทุนกับพวกนี้ แต่ผมเข้าใจนะว่าเขาเคยได้ พอถึงครั้งที่สามเขาไม่ได้เลย แต่ยอดความเสียหายตอนนี้หนึ่งงคนเก้าแสนบาท ทำให้ ณ เวลานี้ ยอดค่าเสียหายถึง 20 ล้าน

อย่างรายที่เขาลงทุนไปเก้าแสน เขาทำกี่คนครับ
คิดว่าเขาน่าจะทำกันในกลุ่มญาติพี่น้อง หรือมีลูกทีม เพราะบางคนก็ทำงานเป็นกลุ่ม ไปหาลูกน้องมาช่วยกันทำบางคนเป็นหัวหน้ารับงานมา พอรู้ว่าตกเป็นเหยื่อ ก็พาลูกทีมมาด้วย หรือบางรายก็ปล่อยลอยแพลูกทีมเลยก็มี หรือบางรายก็อาจจะมีส่วนรู้เห็นกับพวกมิจฉาชีพด้วย

อย่างนี้ต้องป้องกันยังไง
สังเกตเลยครับ มีหน้าร้านไหม ส่วนมากไม่มีหน้าร้านเลยครับ แต่ผมเข้าใจว่าเขาสร้างความน่าเชื่อถือ อีกอย่าง หนึ่ง ด้วยความที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ทำให้คนอยากรับงานไปทำที่บ้าน แต่ก็ขาดการตรวจสอบ

ทำเพจเนวนี้มานาน มีข้อมูลของพวกมิจฉาชีพเยอะมาก ตั้งแต่ทำมานี้ กรณีไหนที่อันตรายต่อผู้เสียหาย หรือสร้างมูลค่าความเสียหายมากที่สุด
ก็หลอกขายของออนไลน์นี่แหละครับ อันดับหนึ่งเลย แต่ตอนนี้เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี การหลอกรับงานไปทำที่บ้านก็เริ่มตามมา การหลอกปล่อยเงินกู้ก็ตามมาอีก

กรณีที่ทางเพจรับเรื่องมาดำเนินการ ที่เป็นกรณีที่มีมูลค่าความเสียมากที่สุด มีมูลค่าประมาณเท่าไร
สูงสุดอยู่ที่ 4 ล้านครับ นั่นคือกรณีที่เราลงไปช่วย และดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ผมไม่ได้ทำ แต่ประสานให้คือการโกงแชร์ครับ อันนั้นเป็นร้อยล้าน

การโกงแชร์แบบไหนครับ
พวกการหลอกลงทุนในบ้านออมทรัพย์ ออมนั่น ออมนี่ อะไรก็ตาม เรียกง่ายๆ ว่าแชร์ก็แล้วกัน เช่นลงทุนวันนี้ หนึ่งพัน สามวันคุณได้ดอกคืน อะไรแบบนี้ ซึ่งสามวันเองนะ อย่าเชื่อครับ คุณสูญเงินเปล่าๆ คดีที่ผมประสานช่วย ก็ประมาณร้อยล้าน เป็นแชร์ทางภาคใต้ ต้องไปอ่านในเพจผมครับ มีรายละเอียดเยอะ

อย่างกรณีโรแมนซ์ สแกม ทำไมผู้หญิงพวกนี้เขาถึงเชื่อจังเลย เห็นรูปฝรั่งหล่อๆ เห็นเป็นไม่ได้เลย กรณีแบบนี้เป็นเพราะอะไรครับ
เป็นเพราะหนึ่ง เขาเป็นคนไทย และอยากจะมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ พวกนี้ถ้าเข้ามาอ่านในเพจผมบ้าง เขาจะหูตาสว่างขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม แต่กรณีที่คุณถาม เรียกว่า สื่อรักสื่อออนไลน์ รู้ว่าเขาใช้วิธีคุยทางเฟซบุ๊ค สมมุติว่าเป็นชาวต่างชาติที่เคยมาเมืองไทยแล้ว สะกดภาษาไทยไม่เป็น คำพูดอาจจะตะกุกตะกัก แต่อ่านพอเข้าใจ แต่บางรายแชทเป็นภาษากูเกิ้ล คือก็อปปี้ภาษาของเขานำมาแปลไทย เชื่อได้เลยว่ากำลังถูกหลอก เพราะอะไรครับ รูปชาวต่างชาติที่คุณเห็นในรูป อาจจะบอกคุณว่าเป็นกัปตันเครื่องบิน เป็นวิศวกร เป็นหัวหน้าขุดเจาะน้ำมัน เป็นมหาเศรษฐีที่เมียตาย แต่มีเงินเยอะ ไม่มีคู่ ต้องการอยากจะมาอยู่เมืองไทย อยากมีภรรยาเป็นคนไทย คุยกันไปโดยใช้ภาษากูเกิ้ล แต่เบื้องหลังกลุ่มคนพวกนี้ เป็นพวกอาฟริกา หรือเป็นพวกทางโซนใกล้ๆ เรา พวกเนปาล พวกผิวดำ ลองไปดูที่ผมประสานแล้วถูกจับได้ เป็นพวกโรฮิงญา เป็นนิโกร เป็นพวกทางโซนแอฟริกัน

แต่หลอกกันมาได้ตลอด แล้วก็มีคนหลงเชื่อตลอด
ถ้าอยากจะรู้ว่าคนนั้นจริงหรือไม่จริง เดี๋ยวนี้มันไม่เหมือนก่อนนะครับ สมัยก่อนได้แค่พิมพ์คุยกันอย่างเดียว แต่สมัยนี้เฟซบุ๊คสามารถวิดีโอคอลล์ได้ คนที่ลงรูปหรุหราในโปรไฟล์ มีรูปภาพเหตุการณ์นั้น เหตุการณ์นี้ ก็อปปี้ภาพของคนอื่นมาบ และก็อปมาจากใครก็ไม่รู้ แต่เอามาให้เราดู อาศัยความหวังของเรา สาวไทยใจดี ติดต่อพูดคุยกัน ผมจะมาประเทศไทย เมื่อเขาคุยกับเรานานๆ ที่รัก ดาร์ลิ่ง อยากจะส่งเงินมาให้ ก็ตกเป็นเหยื่อครับ

จนทุกวันนี้ก็ยังใช้มุกเดิม
วิธีการของพวกนี้คือ เดี๋ยวฉันจะมาประเทศไทยแล้วนะ อยากจะส่งเงินมาให้ แต่ต้องส่งเงินหรือของผ่านศุลกากร จะเอาทองเข้ามาให้ ยกตัวอย่าง ส่งของมาผ่านศุลกากร แต่มันผ่านไมไ่ด้ ก็เลยติดต่อว่าช่วยไปรับพัสดุหน่อย แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนะ ตอนนี้ฉันเอาเงินใส่ในลังไว้แล้ว หนึ่งหมื่นดอลลาร์ หนึ่งแสนดอลลาร์ อยากจะมาอยู่เมืองไทย จะล่อหลอกให้เอาเงินไปเสียค่าธรมเนียม แล้วโอนไปให้ใครครับ โอนไปให้อีกคนที่เป็นนกต่อ โทรศัพท์ไปหาก็บอกว่าเป็นศุลกากร พัสดุของคุณอยู่กับเรา ซึ่งเขารู้กันกับคนที่กำลังหลอกคุณอยู่ในเฟซ

เดี๋ยวนี้มีคนไทยร่วมด้วยแล้ว
มีครับ อย่าลืมนะครับ ด้วยความที่เป็นสาวไทย ดาร์ลิ่งส่งเงินมา แล้วตอนนี้อยู่ที่ ตม. โทรประสานคนนี้ๆ แล้วหน้าม้านั้นเป็นเจ้าของบัญชีที่เป็นชื่อบัญชีคนไทยรับจ้างเปิดดังนั้น โอนเงินไปปุ๊บ เขาถอนออกจากบัญชีเลย พอไปถึงด่าน

ศุลกากรแล้ว ไม่มีของ ไม่มีพัสดุอะไรทั้งนั้น กลายเป็นโดน
หลอก บางคนหมดเป็นแสน บางคนหมดเป็นล้าน ที่ติดต่อโทรมาเลาเรื่องนี้ให้กับผม

ทำไมคนไทยที่ร่วมขบวนการเขาถึงกล้าจัง กล้าเปิดบัญชีธนาคารที่น่าจะติดตามได้ไม่ยาก
เขาไม่ได้เปิดบัญชีเองครับ เขาอ้างตัวเป็นศุลกากร อ้างว่าพัสดุอยู่ที่ด่าน ต้องเสียค่าธรรมเนียม โอนเงินไปให้แล้วก็ยังขาดโน่นขาดนี่ ต้องโอนไปอีก โอนไปเรื่อยๆ ก็หมดครับ

แต่บัญชีที่ผู้ตกเป็นเหยื่อเขาโอนเงินให้เนี่ย เป็นบัญชีในประเทศไทยใช่ไหม
เป็นพวกรับจ้างเปิด เป็นบัญชีในประเทศไทย ซึ่งเคยตามแล้ว ติดตามจนเจอแก๊งค์ชาวต่างชาติ เป็นนิโกร เป็นแอฟริกา เข้ามาหลบอยู่ในประเทศไทย

คือถ้าติดตามจากชื่อบัญชีก็จะไม่เจอ
ใช่ครับ เป็นคนละคนกัน

นอกจากนี้มีหลอกไปทำงานต่างประเทศ
ที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด ก็คือประเทศเกาหลี

คนไทยก็อยากจะไปแต่เกาหลี ไม่รู้ชอบอะไรนัก
จากที่เราเคยได้เห็นข่าว ในข่าวมักจะเรียกว่า “ผีน้อย” ซึ่งก็คือคนไทยหรือผู้หญิงไทยที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งหมายถึงแรงงานไทยที่ถูกหลอก

คนที่ถูกหลอกไปเกาหลี เขาได้ทำงานจริงไม่ใช่เหรอครับ
เขาได้ทำงานครับ แต่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ทำงานสวนผักหรือล้างจาน อะไรอย่างนี้ ส่วนมากจะเป็นงานที่ไม่ได้สวยหรู ผมเคยติดตามคดีหนึ่งด้วยความที่ทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าส่วนหนึ่งหลักฐานมันไม่เพียงพอ แต่ด้วยความที่ ตม. จับได้ ก็เลยถูกส่งกลับ ในกรณีนี้บอกว่าไปทำงานสวนผักที่เกาหลี แต่ไปในรูปแบบของการมีตัวกลาง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ เป็นนายหน้าคนไทยที่มีคนของเขาอยู่ที่โน่น เป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ไปได้สามีเป็นคนเกาหลี หลอกว่ามีงานอยู่ที่นั่นจริง แต่ไปในรูปแบบนักท่องเที่ยว ทำให้เกาหลีแบล็คลิสต์คนไทยที่จะเข้าประเทศ สังเกตได้ว่ากรณีคนไทยไปเกาหลีจะถูกตรวจสอบมากที่สุด เพราะอะไรครับ เพราะถูกหลอกไปค้าแรงงาน

มีการหลอกไปค้าประเวณีด้วย
ค้าแรงงานก็ยังไม่เท่ากับโดนหลอกไปค้าประเวณี อันนี้ที๋โดนคือน้องที่เล่าเหตุการณ์นี้ให้กับพี่ชาย แล้วพี่ชายก็มาขอปรึกษากับผม ว่าน้องสาวโดนหลอกไปที่เกาหลี แล้วต้องไปค้ากาม โดนยึดพาสสปอร์ต ต้องทำตาม ถ้าไม่ทำตามก็ไม่ได้คืน เสียค่าเดินทางแปดหมื่นหรือหนึ่งแสนบาท เมื่อบินไปถึงแล้วต้องเป็นหนี้อีกสองแสน จะต้องใช้หนี้สองแสนนั้นให้ได้ แต่ละวันต้องรับบริการผู้ชายวันละสิบคน ออกจากที่นั้นก็ไม่ได้ รู้สึกว่าเคสนี้นานเป็นปีกว่าจะส่งข่าวมาเมืองไทยได้

ที่คุยกันก่อนสัมภาษณ์ บอกว่าทำเพจแบบนี้ก็โดนข่มขู่เหมือนกัน
เรื่องการข่มขู่ อย่างผมเป็นตำรวจก็เลยไม่เจอเท่าไร แต่ในกลุ่มของผู้เสียหายจะโดนมากกว่า อย่างเรารวบรวมผู้เสียหายมาได้ แต่จะมีพวกของมิจฉาชีพตามมาข่มขู่ ห้ามเรารวมตัวกัน ถ้าไม่เชื่อก็จะทำร้าย ส่วนมากที่โทรศัพท์หาผมก็จะขอให้หยุดได้ไหม บางทีก็จะถามว่ามึงเป็นใครวะ ทำไมกล้าทำแบบนี้วะ ผมก็ อ๋อ ผมเป็นตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อผู้เสียหายมีจำนวนเยอะขึ้น เขามาซึ่งๆ หน้าแอดเข้ามาก่อกวนตัวแทนของผม ซึ่งเป็นคนที่ผมยกให้เป็นตัวแทนในการเก็บข้อมูลในกลุ่มผู้เสีหาย เขาก็จะตามไปราวีถึงบ้าน เนื่องจากว่าผู้เสียหายแต่ละคน เวลาสมัครทำงานกับเขา ก็จะมีการเก็บข้อมูลบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน อย่างกับผมเขาไม่กล้า แต่เขาใช้วิธีแบบนั้น

เป็นธรรมดา ต้องมีคนเคยเสนอเงินให้
ของผมที่น่าสนใจ เป็นกรณีร้านเสื้อผ้าบูชิตา เคสนั้นมีคนโทรมาหา แต่เขาไม่ได้โทรมาข่มขู่ เขาโทรมาเสนอเงินให้ถึงเจ็ดหลัก แต่ผมไม่ได้เอา

ถามจริงๆ ว่าไม่รับไว้ ไม่เสียดายเหรอครับ
ไม่อยากได้นะ มันเป็นเงินบาป ได้มามันไม่ภูมิใจหรอก เพราะมันเป็นเงินที่เขาไปฉ้อโกงมา ถึงมาให้ผมจริงๆ ผมก็ไม่เอา ผมบอกว่า เอาแบบนี้สิ เงินหนึ่งล้านบาท ไม่ต้องให้ผมหรอก เอาไปคืนให้ผู้เสียหายก่อนได้ไหม เพราะบางคนยังท้องอยู่เลย มีลูกด้วย และเขาลงทุนกับคุณ แล้วถูกคุณหลอกลวงเอาเงินหนึ่งล้านที่จะให้ผม เอาไปให้เขาได้ไหม

กรณีบูชิตานี่คือหลอกลวงให้ลงทุน
หลอกให้ลงทุนทางด้านเสื้อผ้า เขาทำอยู่ประมาณ 7 ปี แต่ผมสามารถจับเขาได้ มีผู้เสียหาย 200-300 คน ตอนที่ศาลตัดสินคือสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแล้วก็ติดคุก

ช่วยเล่าถึงการข่มขู่รูปแบบใหม่หน่อยครับ
ผมดูแล้วน่าจะเป็นทางเจ้าของร้านส่งมา พอดีว่าในเคสหนึ่ง ตัวแทนรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้เสียหาย แต่มีบางคนที่ไม่ได้พูดให้กำลังใจเลย พูดว่ายังไงก็คงไม่ได้ ไม่สำเร็จ แล้วคุณจะรวมกลุ่มเพื่ออะไร เราอุตส่าห์ให้รวมกลุ่ม แต่กลับกลายเป็นว่าทางนั้นข่มขู่ว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผมไม่ได้กลัวเลย หาว่าทางเรารวบรวมไปก็ไม่ได้เรื่อง แต่คุณเข้ามาดูในเพจผมหรือยัง

คือเริ่มมีการดิสเครดิต
ใช่ครับ เผอิญว่าทางกลุ่มผู้เสียหายเขาได้ติดตามทางเพจอยู่ ผมก็บอกว่าไม่ต้องกลัวครับ ซึ่งตอนนี้กำลังรวบรวมอยู่ ได้ใบแจ้งความแล้ว 200 ใบ

คือว่าการตั้งกลุ่มผู้เสียหาย บางครั้งก็มีหนอน
ผมจะเป็นเหมือนคนให้วิธีดำเนินการ ว่าต้องทำแบบไหนยังไง แต่ผู้เสียหายเขาไปทำกันเอง โดยในกลุ่มผู้เสียหายเขาต้องคัดสรรคน อย่าเอาหนอนเข้ามา หนอนก็คือ กลุ่มของฝ่ายร้านค้าที่จะเข้ามาแทรกซึม ผมเคยได้บทเรียนตรงนี้ว่าพอเขาเข้ามาได้ เขาจัดการลบกลุ่มในช่วงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง เช้ามาทั้งกลุ่มหายเกลี้ยงเลย เขามาด้วยวิธีนี้

สุดท้ายช่วยแนะนำประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพครับ เมื่อรู้ว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ ต้องทำยังไง
เมื่อเกิดเหตุ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรก็ตาม แจ้งความครับ อย่าอาย อย่ากลัวคนอื่นรู้ ไม่ต้องอาย ถือว่าเป็นบทเรียนของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราอาจจะเกิดขึ้นกับคนอื่นต่อไป เราสมควรที่จะหาทางแก้ไข ไม่ว่าจะซื้อของแล้วไม่ได้เงิน หรืออะไรก็ตาม แจ้งความก่อนครับ เพื่อให้อย่างน้อย ตำรวจอาจจะมองว่าเป็นคดีแพ่ง แต่ถ้าเราแจ้งความไว้ คนอื่นโดนเหมือนเรา ไปแจ้งความเช่นเดียวกัน เป็นที่น่าสังเกตของเจ้าหน้าที่ว่าทำไมคดีแบบเดียวกันถึงมีการแจ้งความต่างพื้นที่กัน ซึ่งอาจจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสักคนค้นคว้าว่าคดีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไหม เจ้าหน้าที่ท่านนั้นอาจจะรวบรวมคดีแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกันได้ จากคดีแพ่งอาจจะกลายเป็นคดีอาญา เพราะแง่มุมของกฎหมายมันมี ทำยังไงให้คดีแพ่งกลายเป็นคดีอาญา กลายเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหาย ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านใดทำเช่นนี้ เท่ากับท่านได้ช่วยเหลือประชาชนครับ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *