เหลือเชื่อ ! ใช้น้ำทะเลกู้เงินพันล้าน จีโน่ ดิแองเจลีส

จากเด็กที่เรียนหนังสือไม่จบ และต้องลาออกจากโรงเรียนเมื่อครั้งยังเรียนเพียงชั้นไฮ-สกูล ต้องเข้าทำงานในโรงชำแหละเนื้อสัตว์ รับค่าแรงเพียงวันละไม่กี่เหรียญ เขากลายเป็นนักธุรกิจที่สามารถกู้เงินจากนักลงทุนได้มากถึง 180 ล้านดอลลาร์ หากนาย จีโน่ ดิแองเจลีส ผู้นี้เกิดและเติบโตในประเทศไทย เขาจะกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ทุกคนอยากจะเอาแบบอย่าง ชีวิตของเขาอาจจะกลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนทุกคนที่อยากจะร่ำรวย เขาอาจจะออกพ็อกเก็ตบุ๊คที่หาความจริงได้ยากสักหนึ่งเล่ม และทุกคนที่ได้อ่านจะหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับนิยายชีวิตของเหล่ามหาเศรษฐี มากกว่าจะตั้งคำถามถึงเบื้องหลังว่าทำไมคนเหล่านั้นจึงร่ำรวยขึ้นมาได้ และพวกเขาทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่

หรือว่าคดโกงจนร่ำรวยด้วยความชั่วช้ากันแน่ ?

จีโน่ ดิแองเจลีส เป็นนักธุรกิจที่หาเงินมากกว่าร้อยล้านดอลลาร์ โดยอาศัยน้ำทะเลเป็นเครื่องค้ำประกัน !

ปี 1949 หลังจากใช้เงินสะสมจากการทำงานในตำแหน่งผู้จัดการโรงชำแหละเนื้อสัตว์ เพื่อซื้อกิจการผลิต

ไส้กรอกในนาม “เอดอฟ โกเบล” เขาทำเงินก้อนใหญ่จากการทำสัญญากับกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตามสัญญาระบุว่าโรงงานของเขาจะต้องขายเนื้อให้กับโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ ทั่วสหรัฐ แต่สิ่งที่เขาเลือกทำและถูกจับได้ในภายหลัง คือการปลอมปนชิ้นเนื้อเกรดต่ำ รวมไปถึงการปลอมปนเนื้อสัตว์ที่เน่าเสีย เพื่อจัดส่งให้กลายเป็นอาหารกลางวันของเด็ก

แม้จะถูกปรับนับแสนเหรียญในภายหลัง และถูกล้มสัญญาจ้าง แต่เขาก็ทำเงินได้มากมาย เขาขายไส้กรอกได้มากถึง 20 ล้านปอนด์ต่อปี ด้วยสัญญาโครงการอาหารกลางวันดังกล่าวนั่นเอง

จีโน่เข้าสู่ธุรกิจน้ำมันพืชด้วยเงิน 500,000 เหรียญ จากจุดนี้ จากนักปลอมปนเนื้อสัตว์ เขากำลังจะกลายเป็นผู้ค้าที่ไม่มีสินค้าจริงในมือ ซึ่งหมายถึงการเป็นนักต้มตุ๋น

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีของการลงทุนชนิดหูป่าตาเซ่อ โดยกลุ่มนักลงทุนที่เล็งเห็นถึงผลกำไรมากกว่าข้อเท็จจริง ธุรกิจฟองสบู่จำนวนมากต่างเข้าสู่ตลาดหุ้นเพื่อระดมเงินทุนจำนวนมากในชั่วข้ามคืน

และกลายเป็นฟองสบู่ที่แตกวับในชั่วข้ามวัน

แม้จีโน่จะมีคลังน้ำมันมากกว่า 100 แท้งค์ แต่มันเป็นเพียงแท้งค์เก็บน้ำมันที่ว่างเปล่าเท่านั้น เมื่อตัดสินใจเข้าสู่

ตลาดหุ้น เขาจัดการเติมเต็มแท้งค์เก็บน้ำมันพืชที่ว่างเปล่าเหล่านั้นด้วยน้ำทะเล และฉาบหน้าไว้ด้วยน้ำมันที่มีน้ำหนักเบากว่า ได้ผล น้ำมันที่ลอยบนผิวหน้า ทำให้ผู้ตรวจสอบจากบริษัทในวอลสตรีทที่ชะโงกหน้าลงไป พบว่าจีโน่มีน้ำมันพืชอยู่เต็มเปี่ยมมากกว่า 100 แท้งค์ และน้ำมันพืชกำลังเป็นส่วนประกอบหลักของการทำอาหารยอดนิยมในเวลานั้น นั่นก็คือ “สลัดอิตาเลียน”

สิ่งที่เขาทำคือการใช้น้ำทะเลแลกเปลี่ยนกับเงิินกู้ลงทุนมากกว่า 180 ล้านดอลลาร์ เขามีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นเพลย์บอย ใช้เงินเป็นเบี้ยราวกับเสกแบ้งค์ได้เอง สิ่งที่เขาซื้อเป็นของขวัญให้กับผู้หญิงของเขา มันเริ่มตั้งแต่ดอกกุหลาบช่อใหญ่ จนกระทั่งรถยนต์ราคาแพง ตลอดเวลาของการค้าน้ำทะเลผ่านตลาดหุ้น เขาใช้ชีวิตอย่างหรูหรา จอมปลอม และโป้ปดมดเท็จ

อุตสาหกรรมน้ำมันพืชของสหรัฐอเมริกาถึงคราวถดถอย เมื่อผลผลิตมีมากกว่าความต้องการของตลาด ราคาน้ำมันพืชจึงถึงคราวตกต่ำ ส่งผลถึงตัวเลขราคาหุ้น นักลงทุนที่ออกใบกู้เงินให้กับจีโน่ต่างต้องการเงินของพวกเขาคืน พวกเขาเร่งเร้าให้ลูกหนี้ของตนรีบขายน้ำมันพืชที่มีอยู่มากกว่า 100 แท้งค์ เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ เมื่ออุตสาหกรรมนี้เกิดความผันผวน

ปัญหาก็คือจีโน่จะเอาน้ำมันพืชจากที่ไหนมาขาย ในเมื่อเขามีแต่น้ำทะเลเท่านั้น ?

เขาถูกฟ้องล้มละลายเมื่อไม่มีเงินจ่ายเงินกู้ และดูเหมือนเงินกู้ทั้งหมดก็อันตรธานหายไปด้วยความเป็นคนมือเติบของเขา ยอดเงินมากกว่า 180 ล้านดอลลาร์ ทางการสามารถติดตามคืนได้เพียงห้าแสนดอลลาร์ ที่เขาฝากไว้ในแบ้งค์สวิสเท่านั้น

ส่วนเงินที่เหลือมันหมดไปแล้ว กับผู้หญิงและชีวิตที่หรูหราของ จีโน่ ดิแองเลลีส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *