กล่องพิศวงของ “แฟรงค์ ลูคัส”

ปี 1968 ในยุคคาบเกี่ยวระหว่างบทเพลงร็อคแอนด์โรลกับท่าส่ายสะโพกสุดคลาสสิคแบบดิสโก้ เป็นยุคสมัยของสงครามเวียดนาม สงครามที่กินเวลายืดเยื้อยาวนานกว่า 25 ปี ที่เป็นไปด้วยเหตุผลเดียว เหตุผลที่มีน้ำหนักมากกว่าการพยายามเอาชนะฝ่ายซ้ายคอมมิวนิสต์

นั่นก็คือการลักลอบขนยาเสพย์ติดข้ามทวีป

จากผู้ค้ายารายย่อยในย่านฮาร์เล็ม อะไรทำให้เขา “แฟรงค์ ลูคัส” ชายผิวดำท่าทางไม่ค่อยฉลาด กลายเป็นผู้ค้ายารายใหญ่แห่งนิวยอร์ค ที่สามารถเบียดบังคนผิวขาวออกจากธุรกิจยาเสพย์ติด ตั้งตนเป็นมาเฟียรายใหญ่ในย่านคนผิวดำ ที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร ล้วนแต่เสพย์ผง

ลูคัส เด็กเหลือขอจากนอร์ธ แคโรไลน่า เขาไม่มีการศึกษา มีชีวิตที่ยากแค้นลำเค็ญ การค้ายาเสพย์ติดเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น เขาที่มองเห็นลู่ทางอันสว่างไสวของธุรกิจอันดำมืด และสามารถตั้งตนเป็นใหญ่อยู่นานหลายปี ก่อนจะถูกจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และได้เปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพย์ติดจากเวียดนามกลับสู่สหรัฐอเมริกา

“ถ้าผมทำงานในวอลล์สตรีทได้ ผมก็จะเป็นคนทำงานที่วอลล์สตรีท แต่มีเพียงสิ่งเดียวสำหรับผม สิ่งนั้นก็คืออาชญากรรม” นี่คือคำพูดที่เขาเคยกล่าวไว้

ลูคัสเป็นผู้มองเห็นลู่ทาง เขามองเห็นอุปสงค์อุปทานในการค้ายาเสพย์ติด เขาจึงมาสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อพบกับญาติผู้พี่ของเขา “ไอค์ ไอคินสัน” อดีตนายทหารยศจ่าสิบเอกที่ผันตัวมาดูแลธุรกิจไนท์คลับในกรุงเทพฯ ยุคที่ธุรกิจกลางคืนกำลังเบ่งบาน ญาติสนิทของเขาพาลูคัส ดั้นด้นไปถึงสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อเจรจาซื้อขายยาเสพย์ติดจำนวนหนึ่ง ด้วยเงินที่มีติดตัวเพียงไม่มาก เขาสามารถเข้าถึงแหล่งผลิต ได้รับสินค้าในราคาถูก ไม่ผ่านคนกลางหลายทอดหลายต่อ แต่ปัญหาสำคัญคือ เขาจะขนส่งผงขาวทั้งหมดกลับสู่ประเทศสหรัฐได้อย่างไร

นี่เป็นปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าการพยายามเข้าถึงแหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำเสียอีก

ด้วยเส้นสายของไอคินสันที่เคยรับราชการทหารมาก่อน และด้วยฐานะทางการเงินจากการค้ายาเสพติดของลูคัส ทำให้เจ้าหน้าที่ในกองทัพสหรัฐสนใจเข้าร่วมแสวงหาผลประโยชน์จากการลักลอบขนยาเสพย์ติดด้วย พวกเขาว่าจ้างช่างไม้จากนอร์ธแคโรไลน่าให้ขึ้นเครื่องบินเดินทางมาทำงานลับในกรุงเทพ นั่นคือการต่อโลงศพเป็นจำนวนมาก โลงศพทั้งหมดที่ถูกต่อขึ้นนี้มีบางส่วนเป็นช่องลับสำหรับการซุกซ่อนผงขาว ในลักษณะเดียวกับการเล่นมายากลประเภท “กล่องพิศวง” นั่นเอง

ยาเสพย์ติดทั้งหมดจะถูกวางลงบนโลงศพในช่องลับที่เพื่อนจากนอร์ธแคโรไลน่าได้สร้างเอาไว้ โลงศพมายากลนี้ช่วยให้ลูคัสสามารถขนส่งผงขาวจำนวนมากกลับสู่ประเทศด้วยเที่ยวบินของกองทัพสหรัฐ โดยปราศจากค่าขนส่ง และยังมีความปลอดภัยสูงสุด เป็นเพราะไม่มีทางใดเลยที่ DEA (หน่วยงานปราบปรามยาเสพย์ติดของสหรัฐ) จะบุกเข้าตรวจค้นโลงศพที่บรรจุร่างไร้ลมหายใจของทหารหาญ ผู้อาสาสู้รบกับปีศาจคอมมิวนิสต์ในอีกฟากหนึ่งของโลก

เมื่อเที่ยวบินจากเวียดนามลงจอดพร้อมกับโลงศพของลูคัส รถตู้ติดเครื่องหมายการค้าของบริษัททำความสะอาดในนอร์ธ แคโรไลน่าจะแล่นเข้าสู่ฐานทัพอากาศ เพื่อลำเลียงผงขาวทั้งหมดไปสู่แหล่งพักสินค้า ก่อนจะกระจายยาเสพติดเหล่านั้นไปตามย่านต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

แฟรงค์ ลูคัส สามารถเอาชนะคนผิวขาวได้สำเร็จ ด้วยการเบียดพวกเขาออกจากเกมส์การค้ายาเสพย์ติด เขากลายเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งทำราคาขายได้ถูกกว่า เข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่า กล่าวกันว่าผงขาวของลูคัสมีความบริสุทธิ์เกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม เขาทำเงินจากการลักลอบขนยาเสพย์ติดมากกว่าวันละ 1 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม การหักหลังเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในวงการค้ายาเสพ์ติดที่เต็มไปด้วยอันตรายและการเสี่ยงภัย มากมายด้วยนักค้านักเสพย์ที่ระแวงซึ่งกันและกัน ในปี 1975 ลูคัสถูกจับกุมตัวในข้อหาค้าเฮโรอีน หลังจากที่ลอยนวลอยู่นาน เป็นเพราะปราศจากหลักฐานในการตั้งข้อกล่าวหา เมื่อเขาพลาดเพราะถูกเพื่อนร่วมแก๊งค์หักหลัง เขาจึงหักหลังทุกคนเช่นกัน ด้วยการเปิดเผยทุกรายชื่อของผู้เกี่ยวข้องกับกรณีการขนส่งยาเสพย์ติดจากเวียดนาม และด้วยการกลับลำครั้งใหญ่ของลูคัส เขากลับเป็นฝ่ายช่วยให้หน่วยงาน DEA สามารถจับกุมตัวอาชญากรเพิ่มได้อีกถึง 28 ราย ซึ่งรวมไปถึงไอคินสัน ญาติผู้พี่ของเขาเอง

การมีส่วนช่วยเหลือทางการ ทำให้แฟรงค์ ลูคัสได้รับการลดหย่อนโทษ เหลือโทษจำคุกเพียง 15 ปีเท่านั้น แต่แม้อย่างนั้นแล้ว เขายังถูกจองจำแค่เพียงไม่ถึง 9 ปี

แล้วชีวิตของเขาก็กลับมามีอิสรภาพอีกครั้ง.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *