The Hustle : หลอก ลวง ตุ๋น

วันนี้เราได้รวบรวมภาพยนตร์ที่จะสามารถสร้าง แรงบันดาลใจให้คุณใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างเข้าใจหลายๆ อย่างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสังคม ผู้คนรอบข้าง ความคิด หรือแม้กระทั่งตัวคุณเอง

จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเล้ย !

About time
เรื่องแรกเป็นหนังรักที่จะทำให้คุณเห็นความสำคัญของชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น ใครที่กำลังคิดว่าตัวเองกำลังใช้ชีวิตไปวันๆ ก็คงคิดผิดแล้วล่ะ เพราะพระเอกในเรื่องสามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันได้ไม่จำกัดครั้ง เพราะเขาสามารถย้อนเวลาได้ !

ทิม ชายที่พบว่าตัวเองสามารถเดินทางย้อนเวลาได้ เขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำให้ แมรี่ หญิงสาวที่เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ หันมาสนใจและรักเขา การเดินทางย้อนเวลาของเขาในแต่ละครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อความรักของหนุ่มสาว แต่ยังมีความสัมพันธ์ของครอบครัวมาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่าและมีสติ

หนังเรื่องนี้สามารถสอนอะไรหลายๆ อย่างให้ผู้ชมได้อย่างมากเลยล่ะ ลองไปหาชมนะ สนุกมากเลย

Billy Elliot
เรื่องที่ 2 เป็นหนังที่สอนให้เรารู้จักสู้ หากคุณกำลังคิดว่า สิ่งที่คุณชอบ มันดันไม่เหมาะกับตัวคุณเอาเสียเลย แถมครอบครัวก็ยังไม่สนับสนุน เลิกดีกว่า อย่าคิดแบบนั้นอีกเลย เพราะหนุ่มน้อย บิลลี่ เอลเลียต จะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดนี้ในทันทีที่ดูจบ

บิลลี่เป็นหนุ่มน้อยวัย 11 ปี ที่มีความฝันอยากจะเป็นนักบัลเลต์ แต่ด้วยเมืองที่เขาอยู่ สนับสนุนให้ผู้ชายไปเป็นแต่ทหาร และพ่อของเขาก็มองข้ามความฝันของเขาไป โดยคิดว่าบัลเลต์เป็นเรื่องของผู้หญิง เขาได้ต่อสู้เพื่อความฝันของเขาเอง ท่ามกลางเสียงต่อต้านและค่านิยมของสังคม
หนังเรื่องนี้จะสอนใจใครหลายคนได้ดีทีเดียว อยากให้ไปหามาดู สนุกมากๆ เลยค่ะ

Into the wild
เรื่องที่ 3 ถ้าคุณกำลังเบื่อสังคมทุนนิยมที่เป็นสังคมแห่งความเครียด ทุกอย่างที่ดูเป็นพาณิชย์ไปเสียหมด แล้วรู้สึกว่าอยากจะเดินเข้าป่า ลองมาดูตัวอย่างที่สร้างมาจากเรื่องจริงกันก่อนดีกว่า

คริส แมคแคนเลส เด็กหนุ่มวัย 23 ปี ที่ตัดสินใจเดินทางออกจากบ้านทันที ที่เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัย เขามุ่งหน้าไปยังอะลาสก้า เพื่อค้นหาความหมายของชีวิต เขาละทิ้งและปลดเปลื้องพันธนาการทุกอย่างออกจากตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เงินทอง เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ และเริ่มเดินทางเพื่อพบเจอความจริงใจของผู้คนที่พบเจอระหว่างทาง โดยหวังว่าตัวเองจะได้หลุดพ้นออกจากกรอบเดิมๆ และทำในสิ่งที่ตนต้องการทำได้สำเร็จ

หนังเรื่องนี้สอนให้เราได้ลองหาสิ่งใหม่ๆ สิ่งนั้นๆก็จะสำเร็จได้ถ้าเราพยายาม

The Hustle โดย ไมเคิล อุ๋ง

หนังตลกเบาสมองที่ได้สาวสวยอย่าง แอน แฮทธาเวย์ มาฟาดฟันกับนักแสดงสาวร่างอ้วน เรเบิล วิลสัน ที่ต้องรับบทเป็นสาวนักตุ๋น ที่มักต้มเหยื่อจากการนัดเดทออนไลน์ เธอต้องพบกับนักต้มตุ๋นสาวสวยระดับเหนือเซียน ที่กลายมาเป็นทั้งครูและศัตรูตัวฉกาจของเธอ ยิ่งเมื่อต้องแย่งชิงหนุ่มเนิร์ดเจ้าของธุรกิจไอทีดาวรุ่ง (ที่ดูยังไงๆ ก็คือ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก) ทั้งสองยิ่งต้องงัดสารพัดวิธีตุ๋นเหยื่อ เพื่อจะเอาชนะซึ่งกันและกัน กับตอนจบที่ไม่อาจจะสปอยล์ได้

“ผมว่า แอน แฮทธาเวย์ เป็นผู้หญิงที่สวยมาก ยิ่งมาอยู่ในหนังที่เต็มไปด้วยคอสตูมและพร็อพขนาดนี้ เรียกว่าออกมาแต่ละชุดนี่แรงๆ ทั้งนั้น แต่ตัวหนังน่าจะสนุกกว่านี้อีกนิดนึง” ไมเคิล อุ๋ง กล่าวอย่างสลดใจ “ผมชอบนะ ตอนที่แฮทธาเวย์บอกว่า ทำไมผู้หญิงจึงเหมาะที่จะเป็นนักต้มตุ๋น เพราะมันไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกยอมเชื่อว่ามีผู้หญิงที่ฉลาดกว่าเขาอยู่ ดังนั้นผู้ชายจึงมักตกม้าตาย เวลาที่เจอ ผู้หญิงที่สวย ฉลาด และชั่วช้าไง”

ไมเคิล อุ๋ง ไม่ลืมระบุสเปคผู้หญิงที่ตัวเองชอบอีกด้วย

“แต่ถ้าผมเป็นไอ้หนุ่มเนิร์ดในเรื่องนะ แล้วให้ผมเลือกแคแรคเตอร์นางเอกสองคนนี้ ผมว่าตัวเองก็เลือกสาวแสบแบบแอนน์ แฮทธาเวย์อยู่ดี อันนี้ไม่เกี่ยวกับความสวยหรือรูปร่างเลย แต่เกี่ยวกับความแพรวพราว ความมีเสน่ห์ มันน่าดึงดูดใจกว่ากันเยอะ”

สำหรับผู้หญิงอ้วนนั้น ไมเคิล อุ๋ง กล่าวว่า

“ผมไม่เห็นจะเคยชอบผู้หญิงอ้วน ผมอาจจะชอบผู้หญิงเจ้าเนื้อ มีเนื้อมีหนัง ไม่แห้งแบนเป็นไม้กระดาน ไม่ผอมไม่อ้วนเกินไป ถ้าผอมเป็นไม้เสียบผีก็น่าเบื่อ ถ้าแบนมากๆ ก็นึกว่ามีแฟนเป็นรองเท้าแตะซะอีก…”

จะตอบดีๆ สักเล่มได้ไหมเนี่ย เฮ้อ ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *