เห็บหมาออนไลน์ : ติดตามคนโดยไลน์กรุ๊ป

ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกของสื่อออนไลน์มีความเปลี่ยนแแปลงอย่างมาก หมดยุคของเว็บบอร์ดที่คนเรามักปกปิดตัวตน ใช้นามแฝงในการล็อกอิน และพูดคุยกับคนที่ถูกใจนานเป็นปีๆ โดยไม่เคยเจอกัน

เมื่อสื่อออนไลน์เข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย มันกลายเป็นหน้าต่างของการปฏิสัมพันธ์ที่ทำได้ง่ายเพียงลัดปลายนิ้ว เป็นยุคที่ทุกคนพร้อมจะเปิดเผยใบหน้าและกิจวัตรประจำวันของตน ทุกคนพร้อมแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ตั้งแต่หนังที่ชอบ คนที่ใช่ เพลงที่เปิดบ่อยๆ ตลอดจนถึงพฤติกรรมการเที่ยวกลางคืน และอื่นๆ อีกมากมาย

บางคนโพสต์แม้แต่รูปประตูบ้านของตัวเอง รูปรถยนต์ป้ายแดง หรือแม้แต่เงินในกระเป๋าสตางค์…

เมื่อทุกคนพร้อมจะเปิดเผยตัวตนและข้อมูลส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด นั่นย่อมเป็นอาหารรสเลิศของเหล่ามิจฉาชีพ

การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแสวงหาข้อมูลของเหยื่อจึงเริ่มต้นขึ้น การตั้งคำถามในเว็บ ask อย่างกว้างๆ เช่น “คุณกลับเข้าบ้านตอนไหนเหรอ” สิ่งนี้อาจหมายถึงการเดินเข้าซอยในตอนค่ำ เวลาในการออกจากที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งเที่ยวรถเมล์ หลายคนมักแปลกใจว่า ทำไมเขาจึงรู้ข้อมูลของเรา และจะหายประหลาดใจไปเอง เมื่อพบว่าตัวเองนั่นแหละที่เป็นคนแชร์ข้อมูลเหล่านั้น

คนที่เป็นมิจฉาชีพมักคิดว่าตัวเองชาญฉลาด ทั้งที่จริงแล้วพวกเขาค่อนข้างโง่ มีงานวิจัยของต่างประเทศชี้ให้เห็นว่าบุคคลที่อยู่นอกกฎหมาย หรือผู้กระทำผิดซ้ำๆ เมื่อได้รับการทดสอบไอคิวแล้ว พวกเขามักมีไอคิวต่ำกว่าปกติ โดยความเย่อหยิ่งจองหองนั้น มักจะเกิดจากความโง่นั่นเอง

เคยมีกรณีหนึ่งเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ของไทย โดยมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊คเป็นผู้สร้างเพจ “รถหาย” และได้โพสต์ขอความช่วยเหลือจากคนทั้งโซเชียลเน็ตเวิร์กให้ช่วยตามหารถที่มีหมายเลขทะเบียนตามที่ได้โพสต์ไว้ ปรากฏว่าในภายหลังเป็นที่แน่ชัดว่าเพจดังกล่าวถูกสร้างขึ้นโดยพนักงานของบริษัทไฟแนนซ์ที่มีหน้าที่ตามยึดรถยนต์ และต้องการตามหารถยนต์ที่ขาดส่งโดยไม่ต้องลงทุน

เพื่อเงินเพียง 2,000 บาทต่อการตามหารถยนต์ 1 คัน

เมื่อต้องอาศัยการหลอกลวงแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นการนำข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แม้บางครั้งก็สามารถมีข้อมูลของเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว (ที่ขาดส่ง) โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ที่หาย ในลักษณะที่ดูคล้ายว่าเป็นเอกสารที่พิมพ์จากฐานข้อมูลของมหาดไทย ที่แสดงภูมิลำเนาของบุคคลนั้น ซึ่งมีคนแค่เพียงไม่กี่อาชีพเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล, การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกาศข้อมูลนั้นแก่สาธารณะ อีกทั้งอาจจะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดอีกด้วย

โดนเข้าไปแค่นี้ก็หลายเรื่องแล้ว.

อีกประเภทหนึ่งที่นิยมทำกันมาก คือการตั้งไลน์กรุ๊ปสำหรับกิจกรรมการติดตามบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือไม่มีชื่อเสียง เป็นดารา นักร้อง ยูทู้บเบอร์ หรือคนธรรมดา คนหนีไฟแนนซ์ เป็นเรื่องผิดกฎหมายเท่าๆ กัน ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล, รบกวนความเป็นอยู่อันเป็นปกติสุข

บางกรณีโพสต์ไปโพสต์มาก็ถึงขั้นหมิ่นประมาท

ขอยกตัวอย่าง, นายไก่ผ่านไปเห็นนายไข่ กำลังนั่งกินก๊วยเตี๋ยวเรือในร้านก๊วยเตี๋ยวเรือหม้อไฟแห่งหนึ่ง จึงถ่ายรูปของนายไข่ไว้ ประจวบเหมาะเป็นเวลาที่นายควายทักไลน์กรุ๊ปเข้ามาหานายไก่พอดี

นายไก่เปิดอ่านจึงพบข้อความว่า
“ไอ้โล้นไปไหน”
นายไข่อ่านแล้วนึกตลกขบขัน จึงรีบพิมพ์ตอบ
“มันไปแดกก๊วยเตี๋ยวเรือแล้ว”

คนทั้งไลน์กรุ๊ปนั้นก็รู้ในทันทีว่านายไข่ไปนั่งกินก๊วยเตี๋ยวเรืออยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่นายไข่ไม่ปรารถนาให้ใครรู้ว่าตนไปไหน ทำอะไร อยู่กับใคร ทำยังไง ก็ยังโชคดีที่ในกรุ๊ปนั้นมีนายงู ซึ่งไม่เห็นด้วยเลยกับการกระทำนี้ แต่ก็แอบแฝงตัวเก็บข้อมูลอยู่นาน จึงจัดการแคปเจอร์หน้าจอตามสไตล์ เที่ยวแจกจ่ายให้แก่บุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมดังกล่าว และช่วยให้สาธุชนได้เห็นการกระทำผิดอย่างคาหนังคาเขาแบบเรียลไทม์ นั่นคือโพสต์เมื่อไรก็บันทึกหน้าจอเมื่อนั้น ซึ่งปรากฏพร้อมหมดทั้งชื่อผู้ใช้งานและชื่อไลน์กรุ๊ป

กรณีนี้ถ้าโดนเข้าไป คิดว่าคงได้กินข้าวฟรีเกินหนึ่งปีเช่นกัน

จึงสรุปได้ว่าโลกออนไลน์ในยุคนี้เป็นโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยอันตรายอย่างแท้จริง เพราะมีพลเมืองชาวเน็ตที่โง่เขลาเบาปัญญา และมีพฤติกรรมแบบมิจฉาชีพ โดยจะเป็นด้วยความไม่สามารถแยกแยะ หรือจะเป็นด้วยความชั่วมาแต่เดิม ทุกวันนี้การกระทำใดเป็นเรื่องถูกผิด ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องเข้าใจยาก ยิ่งมีเพียงเสือกระดาษแบบ ปอท. ด้วยแล้ว มิจฉาชีพยิ่งเหมือนจะไม่มีความเกรงกลัวกฏหมายเลยแม้แต่น้อย

ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเรื่องหนึ่ง คือราคาที่ถูกลงของเครื่องมือในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ในสมัยก่อนคุณอาจต้องใช้คอมพิวเตอร์เครื่องละสองหมื่น เพื่อเชื่อมต่อโลกออนไลน์ แต่ในสมัยนี้คุณใช้โทรศัพท์เครื่องละพันเดียวในการเชื่อมต่อด้วยค่าบริการที่แสนถูก เพียงวันละไม่ถึง 10 บาท คุณสามารถเข้ามาอยู่ในโลกออนไลน์ได้

มันไม่ใช่เรื่องฐานะความเป็นอยู่ ความรวยความจน แต่มันเกี่ยวกับความร้อยพ่อพันแม่ ที่ทำให้โลกออนไลน์เป็นโลกที่เสื่อมทรามเช่นในทุกวันนี้.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *