เท่าไรแน่ / สุชาดา ศรีอาด / ล่ามภาษาญี่ปุ่น

ช่วยเล่าถึงเรื่องที่ถูกโกงให้ฟังหน่อยค่ะ
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านกาแฟค่ะ ซึ่งฉันเป็นคนควบคุมทุกอย่างในร้านนี้ เจ้านายของฉันเป็นคนญี่ปุ่นแล้วเขามอบหมายให้ฉันจัดหาทำเลค้าขายเอง เอาจริง ๆ ฉันเป็นทั้งล่าม ทั้งเลขา คือเจ้านายสั่งอะไรมาฉันก็ต้องจัดหาให้เขา ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นก็คือ วันนั้นเป็นวันเปิดร้านเป็นวันแรก เรามีโปรโมชั่นซื้อ 1 แก้ว แถมฟรี 1 แก้ว โดยมีเงื่อนไขว่าคละได้ทุกเมนู แต่จะคิดในราคาแก้วที่แพงกว่า ลูกค้าก็เข้าร้านมาลองซื้อลองชิมมากมาย ถือว่ายอดขายวันแรกเป็นไปได้ค่อนข้างดี

แต่ว่าถูกโกงอย่างไรคะ
ช่วงพักเที่ยงสาวๆ หนุ่มๆ ออฟฟิศจะลงมาซื้อกาแฟหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ มีคนกลุ่มหนึ่ง 4-5 คน เข้ามาซื้อน้ำในร้าน อย่างแรกที่เขาสั่งคือน้ำแตงโมปั่น 2 แก้ว ในราคา 40 บาท เพราะซื้อ 1 แถม 1 พนักงานในร้านเราก็ทำให้ สักพักมีเพื่อนของเขาที่มาด้วยกันสั่งชาเขียวปั่นกับลาเต้ ซึ่งชาเขียวปั่นราคาจะอยู่ที่ 70 บาท และลาเต้ราคาอยู่ที่ 60 บาท

หลังจากรับออเดอร์ทั้งหมด 4 แก้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องคิดเงินลูกค้า เราก็บอกลูกค้าไปว่า 130 บาทค่ะ

ลูกค้าหนึ่งในนั้นตอบเรามาว่า “ได้ยังไงอะ ต้อง 110 บาทสิ ผมคิดมาแล้ว” เราก็เลยบอกว่า “เราคิดราคาแก้วที่แพงกว่าค่ะ” ลูกค้าก็เถียงเราว่า “130 บาทไม่ได้สิ ผมคิดมาแล้วก่อนที่จะเข้าร้าน ก็ผมจับคู่น้ำแตงโมกับน้ำแตงโมไง แล้วชาเขียวก็จับคู่กับลาเต้ ก็ 110 บาท ไม่ถูกรึไง”

เราก็ยืนมองหน้าลูกค้าสักพัก ยิ้มให้แบบเจื่อนๆ คิดในใจคือจะโกงกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลย ไม่หน้าด้านไปหน่อยเหรอ

แล้วคุณทำยังไงต่อคะ
เราก็ยอมให้เขาจ่ายแค่ 110 บาทค่ะ เห็นว่าวันนี้เปิดร้านวันแรกเลยไม่อะไร แต่ต่อไปจะไม่ให้เขามาเอาเปรียบเราได้อีก แค่วันนี้วันเดียวเพราะแค่โปรโมชั่นนี้ก็ขาดทุนพอสมควร คือเราขายกะไม่ขอกำไรแต่อยากได้แค่ทุนคืน ของในร้าน วัตถุดิบต่างๆ เราคัดสรรมาดีจริงๆ ก็อยากให้เห็นใจกันบ้าง บริการเราก็ดี บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ได้แย่ แต่อยากจะฝากไว้ว่าให้นึกถึงผู้ขายสักนิดนึง

ไม่ใช่ว่ามีโอกาสก็จะเอาเปรียบกันอย่างเดียว.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *