พนันกันโกง : ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

ผ่านมาอีกหลายปีจนเขาเติบใหญ่แล้วนั่นแหละ กว่าจะรับรู้ข้อเท็จจริงแสนเจ็บปวดว่า การที่ครอบครัวต้องพบภัยพิบัติถึงขั้นเข้าสู่ภาวะ “ล้มละลาย” จากน้ำมือของบิดาอันเป็นที่รักยิ่งของเขาเอง นอกจากจะเป็นเพราะการติด “การพนัน” ระดับเข้าเส้นแล้ว ยังเป็นเพราะมีการ “รวมหัวกันโกง” ในวงพนัน

ในพื้นที่ชนบทเล็กๆ แห่งหนึ่งห่างไกลเมือง บิดาของเขาซึ่งมีเชื้อสายจากจีนแผ่นดินใหญ่ มีโอกาสแต่งงานกับมารดาลูกครึ่งไทย-จีน จากนั้นจึงเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวจากการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ค่อยๆ มัธยัสถ์เก็บหอมรอมริบกระทั่งมีเงินสะสมก้อนโตพอควร สามารถนำไปลงทุนก่อสร้างบ้านเรือนแถวจำนวน ๔-๕ ห้องเรียงรายติดกัน ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและปล่อยให้เช่า ขณะเดียวกันยังสามารถซื้อรถจี๊ปคันงามมาขับโลดแล่นอย่างโก้หรูเป็นคันแรกของหมู่บ้าน จนเป็นที่อิจฉาของใครหลายคน

เวลานั้นเขายังไม่เกิดหรอก แต่พี่ชายพี่สาวเล่าเรื่องราวให้ฟังภายหลัง ห้วงที่ตัวเองเริ่มจำความและสัมผัสได้ถึงความยากลำบากของครอบครัว โดยเฉพาะอารมณ์ของบิดาที่ขึ้นๆ ลงๆ คอยก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกับมารดาและลูกเมื่อไม่สบอารมณ์กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งมักเกี่ยวข้องกับ เรื่องเงินๆ ทองๆ เสมอ

“พ่อเป็นคนขยันมาก อารมณ์ดี มักตื่นแต่เช้ามาทำงาน พ่อบอกว่าการตื่นเช้าทำให้เราได้เปรียบคนอื่น ได้เห็นโลกก่อน ได้เวลามากขึ้น ได้ทำโน่นนี่ได้สารพัดก่อนคนอื่น” พี่ชายคนโตเล่าภาพอดีตให้ฟัง

ลำนำชีวิตของครอบครัวน่าจะไปได้ดี ในเมื่อบิดาขยันทำงาน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อครอบครัว ธุรกิจด้านการค้าการขายกำลังไปได้สวย ส่วนมารดา นอกจากทำหน้าที่เป็นแม่บ้านค่อยดูแลลูกๆ ทั้งชาย-หญิงแล้ว ยังคอยช่วยเหลืองานของบิดาอยู่ด้วย

หากทว่าทุกอย่างต้องพลิกผันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อบิดาของเขากลายเป็น “นักพนันไพ่นกกระจอก”

“ไพ่นกกระจอก” หรือภาษาจีนเรียกว่า “หมาเจี้ยง” ถือเป็นการพนันชนิดหนึ่ง คนจีนเป็นผู้เผยแพร่ มีจำนวนผู้เล่นครั้งหนึ่ง ๓-๔ คน ระยะเวลาขึ้นกับกฎกติกาที่วางไว้ โดยผู้เล่นแต่ละคนต้องอาศัยทักษะที่จำเป็น ทั้งการสังเกต ความจำ กลวิธี หรือการปรับกลยุทธ์ ไพ่นกกระจอกจะมีไพ่ทั้งหมด ๕ ชุดมาตรฐานด้วยกัน ได้แก่ ชุดท้ง ชุดเสาะ ชุดบ่วง ชุดทิศทั้งสี่ และชุดมังกร หรือบางกลุ่มอาจมีถึง ๗ ชุด โดยเพิ่มชุดดอกไม้ และชุดฤดูกาล เข้าไป

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็ตามย่อมล้วนสร้างความ “วิบัติ” ทั้งสิ้น หากไปมัวเมาลุ่มหลง เช่นที่บิดาและครอบครัวของเขาประสบมาแล้ว

ปกติแล้วบิดาของเขาทำธุรกิจการค้าการขายอยู่ในชุมชนเป็นหลัก มีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายเพียงพอตามอัตภาพ แต่อย่างน้อยสัปดาห์หนึ่งฝ่ายบิดาจะต้องขับรถจี๊ปเข้าไปในเมืองเพื่อติดต่อการค้าและพบปะเพื่อนฝูง รวมถึงหากมีผู้เสียชีวิตเป็นคนเชื้อสายจีน ซึ่งต้องนำศพไปไว้ที่สมาคมจีนประจำอำเภอเพื่อทำพิธี ก็ต้องไปร่วมด้วยแทบทุกครั้ง และระหว่างงานศพนั่นเอง ที่มักจะมีการตั้งโต๊ะเล่นไพ่นกกระจอกกันเพื่อความเพลิดเพลินของผู้ไปร่วมงานหรือร่วมเฝ้าศพ ทำให้เมื่อไปร่วมงานศพจึงถือโอกาสร่วมดูเพื่อนๆ คนรู้จักเล่นไพ่นกกระจอกด้วย

“ลองเล่นไหม เล่นกันสนุกๆ แก้เบื่อ” เพื่อนฝูงซึ่งกำลังนั่งโต๊ะลุ้นไพ่นกกระจอกชักชวน โดยแต่ละคนมีเงินวางอยู่หน้าตักเป็นฟ่อน ทั้งแบงก์ร้อยแบงก์สิบ พร้อมกับกำแพงไพ่นกกระจอกเรียงรายอยู่ตรงหน้า

“เหมาะเจี๊ยะ” บิดาของเขามีโอกาสได้เอ่ยถ้อยคำนี้บ่อยๆ นั่นหมายถึงการเป็นผู้ชนะในเกมแต่ละครั้ง เมื่อสามารถสะสมไพ่ให้ครบ ๔ กลุ่ม จากการ “เฉ่า” “ผ่อง” หรือ “กั่ง” คือการเรียงลำดับตัวไพ่ การจัดกลุ่มไพ่ การได้ไพ่ตัวเดียวกัน หรือมีคู่ไพ่เหมือนกันที่เรียกว่า “หนั่ง”

เมื่อถึงเวลาเลิกราสำหรับการเล่นครั้งแรก บิดาของเขารับบทเป็นผู้ชนะ สามารถกวาดเงินกำไรจากโต๊ะพนันมากพอควร กลับถึงบ้านอารมณ์ดี ซื้อของกินของใช้มากมายไปฝากภรรยาและลูก รอยยิ้มขยายใหญ่โตเต็มบ้าน

อันสิ่งที่เรียกว่าการพนันนั้น เมื่อมีครั้งแรกแล้วย่อมมีครั้งที่ ๒ ที่ ๓ และครั้งอื่น ๆ ติดตามมาอย่างไม่รู้จบสิ้น วันเวลาผ่านไป ผู้เป็นบิดาเริ่มหายตัวจากบ้านบ่อยๆ ให้เหตุผลแก่คู่ชีวิตและลูกๆ ว่าต้องไปทำธุระในเมือง พร้อมไปกับเงินทองทรัพย์สมบัติในบ้านเริ่มร่อยหรอติดตามกันไปเหมือนดั่งเงาตามตัว

เวลานั้นด้วยดวงตามืดบอดและดวงใจอันแสนด้านชา บิดาของเขาไม่รู้หรอกว่าเพื่อนฝูงที่รักและชักชวนให้ลองเล่นไพ่นกกระจอกนั้นได้ “รวมหัวกันโกง” ด้วยสารพัดกลวิธี หากเขาจะเปิดดวงตาสังเกตปฏิกิริยาของเพื่อนในวงไพ่นกกระจอก จะเห็นการส่งสัญญาณลับระหว่างกัน ทั้งขยิบตา ชี้นิ้วชี้มือ หรือเอียงกำแพงไพ่นกกระจอกเพื่อให้เพื่อนคนอื่นที่รวมหัวกันได้เห็น จะได้เล่นไปตามกลเกมได้

จากรถจี๊ปคันสวย กลายเป็นรถมอเตอร์ไซด์คันเก่า จากสถานะเจ้าของบ้านไม้เรือนแถว กลายเป็นผู้เช่าแทนเมื่อต้องยอมตัดใจขายบ้านทิ้ง เพื่อนำเงินมาใช้หนี้การพนัน จากการดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี มีอาหาร มีเสื้อผ้าดีๆ ให้สวมใส่ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นข้าวต้มสุดประหยัด ต้มพร้อมกับหัวมันหัวเผือก เสื้อผ้าตัวเก่าของสมาชิกในครอบครัวเริ่มฉีกขาดเปื่อยยุ่ย และในที่สุดเสียงทะเลาะวิวาทกันในครอบครัวเริ่มดังขึ้นทุกขณะ เนื่องเพราะฝ่ายบิดากลายเป็นคนอารมณ์เสียบ่อยๆ เมื่อแพ้พนันไพ่นกกระจอกกลับมาบ้าน โลกที่เคยงดงามกลับหม่นหมองไปสิ้น

ในที่สุด ครอบครัวที่เคยเปี่ยมสุขก็ก้าวสู่ภาวะ “ล้มละลาย” ทั้งทางทรัพย์สินและอารมณ์

เหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่เขาจำได้แม่นยำเมื่อเริ่มจำความได้แล้ว คือภาพที่บิดากำเงินเหรียญสะสมของลูกชายคนโตที่นำมาจากกระปุกออมสินเขวี้ยงใส่ผู้เป็นมารดาด้วยความโกรธเมื่อถูกต่อว่า เพราะต้องการนำเงินไปเล่นไพ่นกกระจอก ท่ามกลางน้ำตารื้นอาบแก้ม จากเสียงทะเลาะวิวาทกัน จากเสียงเศษเหรียญกระทบพื้น ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบเมื่อฝ่ายมารดาหันหน้าเดินกลับเข้าห้องนอนซบหน้ากับหมอน ส่วนบิดาค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

หลังเหตุการณ์ครั้งนั้นเหมือนบิดาจะรู้สำนึกความผิดพลาดของชีวิต กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตอีกครั้ง เขาจึงไม่เคยหวนกลับไปเล่นไพ่นกกระจอกอีกเลย แต่กลับมุมานะกู้ฟื้นคืนชีวิตให้ครอบครัว ทุ่มเททำงานอย่างขยันขันแข็ง กระทั่งสัญญาณชีวิตงดงามเริ่มโอบอุ่นสมาชิกในครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง

“จำไว้อย่างหนึ่งนะลูก พ่อเคยพลาดมาแล้ว การพนันไม่เคยให้คุณ มีแต่จะเหยียบย่ำซ้ำเติมชีวิต จงดูชีวิตพ่อเป็นตัวอย่าง พ่อเคยติดการพนัน แต่เมื่อสำนึกรู้ตัวว่าทำผิด พ่อพยายามฟื้นตัวมาหยัดยืนด้วยลำแข้งลำขาของตัวเองใหม่อีกครั้ง” บิดาเอ่ยถ้อยคำนี้ให้เขาฟังเมื่อเวลาผ่าน ก่อนจะตอกย้ำว่า “ชีวิตพลาดได้ แต่อย่าหมดหวัง”

นั่นนับเป็น “บทเรียน” ที่เจ็บปวด เป็น “รอยแผลเป็น” ลึกเร้นยากจะลืม เป็นความหลังซึ่งเหล่าลูกหลานไม่อยากจดจำ และไม่แม้แต่จะเอาชีวิตไปใกล้ชิดผูกพันกับ “การพนัน” เพราะประสบการณ์แสนเจ็บปวดที่เคยได้สัมผัสเพียงครั้งหนึ่งของชีวิตนับว่าสุดเจ็บปวดเหลือคณา โดยเฉพาะเมื่อเขาได้รับคำบอกเล่าจากผู้เคยร่วมอยู่ในเหตุการณ์ “โกง” บิดาผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว ว่าคนที่รวมหัวโกงคือคนรู้จักกันทั้งนั้น

เขาจึงต้องเฝ้าระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ คอยสอนลูกหลานให้ห่างไกลจากการพนัน เพราะรู้ดีว่าโลกมีคนจำพวกหนึ่งที่พร้อมจะ “พนันกันโกง” ชีวิตของอีกคนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะสัมผัสสัมพันธ์กันด้วยบทบาทใดก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *