กินแล้วไปไหน

นิตยสารโกงได้เผยแพร่มาจนถึงฉบับที่ 4 แล้ว ผู้อ่านทุกท่านคงได้อ่านเรื่องราวการโกงหลากหลายแง่มุม ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ทั้งคนที่อาจจะถูกเขาโกง หรือคนที่กำลังจะไปโกงเขา อ่านแล้วอาจจะล้มเลิกความตั้งใจ เพราะได้อ่านเสียก่อนว่ามีคนรู้ทันเทคนิควิธีที่ตนเองกำลังจะใช้โกงผู้อื่น หรือไม่งั้นก็จำวิธีการโกงจากนิตยสารของเรา เอาไปใช้โกงเขาต่อ แบบหลังนี้เสี่ยงภัยมาก เพราะชีวิตของท่านอาจจะมีสีกากีไปเยือนถึงหน้าบ้านได้

สำหรับเหยื่อโกงรายนี้ เป็นเรื่องที่เรียบเรียงขึ้นจากโพสต์ของหญิงสาวแสนสวยนางหนึ่ง เป็นเพราะไม่สามารถติดต่อขอสัมภาษณ์ได้ แต่เรียบเรียงไว้เป็นอุทาหรณ์

ว่าคนแบบนี้ก็มีด้วย…

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต สำหรับคุณปุ๊ (นามสมมุติ) หรือหญิงสาวคนที่ว่า เธอก็เป็นเจ้าของร้านอาหารในย่านกะตะ ซึ่งทุกคนคงรู้จักดี ยิ่งถ้าเป็นคนในจังหวัดภูเก็ตด้วยแล้ว ชื่อเสียงของหาดกะตะ หาดกะรน ที่กล่าวกันว่าเป็นชายหาดที่สวยงาม มีที่พักและร้านอาหารมากมายไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว และสามารถซื้อทัวร์ท่องเที่ยวต่อไปยังเกาะสิมิลัน และหมู่เกาะต่างๆ ได้

เป็นธรรมดาของร้านอาหารร้านจำหน่ายสุราตามชายหาดที่ต้องเปิดให้บริการในยามค่ำคืนด้วย เรียกว่าเป็นอาชีพที่ต้องหากินตอนกลางคืน เพราะกลางวันเขาก็ไม่ให้ขายสุราแต่อย่างใด

โชคเหมาะเคราะร้าย ให้มีหญิงรักหญิงเป็นทอมบอยคนหนึ่ง อายุประมาณใกล้ 40 ปี เดินโซซัดโซเซมาตามแนวหาด หลงเข้ามานั่งในร้านของคุณปุ๊ หากดูรูปลักษณ์ภายนอกก็เหมือนผู้ชาย แต่หากดูดีๆ ก็ละม้ายคล้ายกับทอม ซึ่งทุกคนก็พร้อมจะต้อนรับ เพราะถือว่าเป็นลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเพศที่สาม เพศทางเลือก ขอให้เป็นคนดีก็แล้วกัน ทุกคนสามารถเข้ามานั่งดื่มกินได้ตามปกติ ทางร้านไม่ได้กีดกันหรือเหยียดเพศที่สามแต่อย่างใด

ปรากฎว่าเจ๊ทอมรายนี้มาแปลก พอเข้ามาถึงก็อวดร่ำอวดรวยกับบรรดาพนักงาน บอกว่าตนเองเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่ได้กลับมาบ้านเกิดที่ภูเก็ตนานแล้ว เชิญชวนให้พนักงานของร้านร่วมดื่มกินกับตนเป็นการฉลองการกลับบ้าน โดยบอกกับทุกคนว่าไม่ต้องห่วง เพราะวันนี้ตนเองพกเงินมาเยอะ

ทุกคนต่างเฮโลสาระพา มีเจ้ามือเลี้ยงใหญ่ทั้งทีก็พากันเมาแบบชุดใหญ่ เมากันหมดทั้งลูกค้าทั้งพนักงาน อาหารก็สั่งมาจนเต็มโต๊ะ แม้แต่จะทานก็ทานไม่หมด

ถึงเวลาเช็คบิล ตัวเลขบนกระดาษแผ่นเล็กๆ กลายเป็นเลขห้าหลัก “หมื่นกว่าบาท” แทนที่เจ๊ทอมจะควักเงินจ่าย แกกลับบอกง่ายๆ ว่า “ไม่มีตังค์”

คนแบบนี้ก็มีด้วย เข้ามานั่งกินของในร้านเขาไปหมื่นกว่าแล้วบอกไม่มีตังค์ แล้วตอนเข้ามาไม่รู้รึไงว่าตัวเองไม่มีเงิน เจ้าของร้านถึงขั้นปวดเฮดครับ ไม่รู้จะทำยังไงกับมัน

บางท่านที่เคยไปท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมาแล้ว เคยไปท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศ ก็พอจะรู้ว่าข้าวของสินค้าและบริการสำหรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตนั้นแพงขนาดไหน เป็นไปได้ครับว่าเจ๊แกอาจจะคิดว่าร้านชายหาดแค่นี้เอง ราคาไม่น่าจะแพงขนาดนั้น

แต่.. ที่เจ๊แกบอกว่าไม่มีเงินนั้น ไม่ใช่ว่าเงินไม่พอจ่าย แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวเจ๊แก ไม่มีเงินเลยแม้แต่บาทเดียว

งาม…

เจ้าของร้านคิดอยู่นาน ด้วยความสงสารจึงตัดสินใจปล่อยไป ไม่แจ้งความ ไม่ดำเนินคดี คิดเสียว่าเป็นคราวเคราะห์ของตัวเอง คราวนี้ได้เรื่องครับ เผลอแผล็บเดียว อีกวันไปนั่งกินอยู่ร้านข้างๆ

คราวนี้กินไป 7,000 กว่า

กินแต่ละมื้อยิ่งกว่ามหาเศรษฐีซะอีก ขนาดคนเป็นเศรษฐีพันล้าน เขายังไม่กินถึงขนาดนี้ คราวนี้เจ้าของร้านไม่ใจดีเหมือนคุณปุ๊ เจ๊ทอมจึงได้ตั๋วฟรีไปท่องเที่ยวประเทศห้องกรง โดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบิน

เพราะโดนตำรวจเอาไปขังไว้คืนหนึ่ง…

ส่วนสาเหตุที่คุณปุ๊นำเรื่องราวมาโพสต์ในเฟซบุ๊ค ก็เพื่อเป็นการเตือนภัยสำหรับเจ้าของร้านอาหารในหาดกะตะ หาดกะรน ว่าระวังจะมีทอมบอยเข้ามานั่งอวดรวย เลี้ยงดื่มพนักงานทั้งร้าน นับว่าเป็นการเตือนภัยแก่ผู้อื่น

นิตยสารโกงขอปรบมือให้…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *