การสื่อสาร ที่สร้างความเกลียดชัง ทางออนไลน์

การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์
การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์ คือ​การแสดงออกซึ่งความเกลียดชังผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต ทั้งที่เป็นคำพูด​ ตัวอักษร​ ภาพวาด​ ภาพถ่าย​ ภาพกราฟฟิก​ ภาพเคลื่อนไหว​ ภาพยนตร์​ เพลง​ และการสื่อความหมายในเชิงลักษณะอื่น​ทั้งที่เป็นการผลิตขึ้นมาใหม่​การผสมผสานเนื้อหาใหม่กับเนื้อหาที่มีการผลิตไว้แล้ว​ และการนำเสนอเนื้อหาที่ผลิตไว้แล้วในรูปแบบใหม่ ผ่านพื้นที่ออนไลน์ซึ่งเข้าถึงได้โดยมีเทคโนโลยีเครือข่าย หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสังคมออนไลน์อย่าง Facebook YouTube และ Twitter เป็นสื่อที่ใหญ่ที่สุดและมีอำนาจมากที่สุด ที่ผู้สื่อสารจะใช้แพร่กระจายสารแห่งความเกลียดชัง​ เนื่องจากสามารถสื่อสารได้ทั้งภาพและเสียง​ และมีผู้เข้าชมจำนวนมากและมีการส่งต่อหรือแบ่งปันได้ง่าย​

การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์สร้างความกังวลให้กับเหยื่อได้มาก​ เนื่องจากลักษณะเฉพาะของสื่อออนไลน์​ สามารถปกปิดตัวตนของผู้ส่งสารเหยื่อจะไม่ทราบว่าใคร​เป็นผู้ส่งสาร ​ไม่ต้องเผชิญหน้ากันเหยื่อไม่สามารถหลบหนีจากผู้ส่งสารได้​ มีการเปิดกว้างของสื่อสังคมทำให้สารนั้นยังแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วทำให้การยุยงปลุกปั่นได้ง่ายและกว้างขวางขึ้น

ผู้ที่ส่งสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์อาจไม่คิดว่าการกระทำของตนเองในโลกออนไลน์จะส่งผลกระทบต่อเหยื่อในชีวิตจริง​ แต่ในความเป็นจริงแล้ว​ การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์ส่งผลกระทบกับเหยื่อเช่นเดียวกัน​ เหยื่อที่ได้รับสารจะได้รับผลกระทบทางจิตใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ความรู้สึกซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์ยังมีส่วนทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคลและเป็นการแบ่งแยกทางสังคมได้ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้โลกออนไลน์เสียบรรยากาศที่ดีสำหรับ ผู้ที่มาอ่าน

การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์สำคัญอย่างไร
1. ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่ใช้สื่อออนไลน์
2. ส่งผลกระทบต่อเยาวชนเป็นพิเศษ
3. ลดศักด์ศรีความเป็นมนุษย์
4. ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสภาพจิตใจของเหยื่อ
5. นำไปสู่ความรุนแรงในชีวิตจริง
6. เป็นเครื่องมือที่ใช้กลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งในการเผยแพร่
7. ทำให้สังคมแตกแยก

เราจะจัดการกับการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังอย่างไร
เมื่อพบกับการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์ หลายคนอาจเคยคิดว่า​ ไม่อาจจะช่วยเหลืออะไรใครได้ และปล่อยให้เรื่องราวนั้นผ่านไปเลย​ แต่อย่างไรก็ตามเราทุกคนมีพันธะที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น​ และนี่รวมถึงการสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปราศจากการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังและการแบ่งแยกเราสามารถจัดการกับการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์ได้โดย

1.รายงานการพบเห็นการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์
เว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่เช่น Facebook YouTube และ Twitter มีนโยบายที่ชัดเจนต่อการใช้การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังในสื่อของพวกเขา​ หากพบเห็นการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง​ เราสามารถรายงานไปยังผู้ดูแลได้​ การรายงานทำได้และรวดเร็วหากผู้ดูแลสื่อเห็นว่า​ โพสต์นั้นเข้าข่ายของการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังก็จะลบโพสต์นั้นออกจากเว็บไซต์ซึ่งทำให้มีผู้พบผู้เห็นและแชร์นั้นน้อยลงและเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้พบว่าการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังของเขาไม่เป็นที่ต้อนรับในสื่อสังคมนั้นๆ

2. ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา
ด้วยการสนับสนุนแนวทางการสื่อสารออนไลน์ที่สร้างสรรค์ ถึงแม้ว่าการ รายงานการพบเห็นการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังจะมีความสำคัญแต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาในบางครั้งอาจทำให้ผู้โพสต์เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นไปอีกการ สนับสนุน แนวทางการสื่อสารที่สร้างสรรค์อาจมีประสิทธิภาพที่มากกว่าแนวทางการสื่อสารที่สร้างสรรค์จะมี เครื่องมือที่ช่วยให้ความรู้ความเข้าใจในแนวการคิดการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเพื่อที่จะลดอคติการแบ่งแยกและช่วยส่งเสริมความเคารพความแตกต่างแนวทางการสื่อสารที่สร้างสรรค์ยังสามารถเป็นกระบอกเสียงให้แก่กลุ่มบุคคลต่างๆในสังคมที่ถูกเลือกปฏิบัติโดยการรณรงค์ให้ความรู้และข้อมูลแก่สาธารณะเพื่อที่จะลบล้างภาพตัวแทนหรือภาพจำที่คนส่วนใหญ่ในสังคมเคยเชื่ออย่างผิดๆเกี่ยวกับกลุ่มคนเหล่านั้น

3. การรณรงค์ให้ความรู้และข้อมูลแก่สาธารณะ
การรณรงค์ให้ความรู้และข้อมูลแก่สาธารณะมีความสำคัญกับการล้างภาพจำที่ผิดๆ และการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีแต่ละที่แตกต่างจากกลุ่มคนส่วนใหญ่ในสังคม การรณรงค์ให้ความรู้และข้อมูลซึ่งตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและถูกต้อง จะช่วยกำจัดมายาคติและความเชื่อผิดๆ ที่มีต่อกลุ่มคนเหล่านั้นทั้งยังทำให้กลุ่มที่มีความมั่นคงทางจิตใจและเชื่อมั่นที่จะเปิดเผยตัวเองโดยไม่หวั่นเกรงต่ออคติของคนรอบข้างเมื่อต้องใช้ชีวิตประจำวันกับผู้อื่นการรณรงค์ให้ความรู้และข้อมูลแก่สาธารณชนทำร่วมกับสถาบันการศึกษาโดยการศึกษาร่วมกับการพัฒนาทักษะความฉลาดทางดิจิทัลให้แก่เยาวชนทักษะความเห็นอกเห็นใจ ผู้อื่นเมื่อใช้สื่อออนไลน์จะช่วยฝึกให้เยาวชนมีความสามารถดังนี้

3.1 มีความเห็นอกเห็นใจ ผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งหรือผู้ที่ถูกเกลียดชังในโลกไซเบอร์
3.2 มีทักษะในการสื่อสารออนไลน์อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น
3.3 มีการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางออนไลน์กับผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงอัตลักษณ์ที่แตกต่าง
3.4 ไม่ตัดสินใครอย่างมีอคติไม่ยอมรับและต่อต้านการใช้การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังในโลก ออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *