Green Book, Ben is Back

The Mortal Instrument (2013)
สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่วนตัวดิฉันชอบมากๆๆๆๆ ค่ะ ขออวยโดยเฉพาะ ยอดเยี่ยมมาก พูดถึงเรื่องราวของเด็กสาวที่ชื่อแคลรี่ (ลิลลี่ คอลลินส์) ซึ่งเห็นการฆาตกรรมในไนท์คลับจากน้ำมือของเด็กหนุ่มที่มีอาวุธและรอยสักประหลาด แต่กลายเป็นว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่พบเห็น และศพที่ถูกฆ่าก็หายไปเฉยๆ แคลรี่ได้เจอกับเด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง จึงรู้ว่าเขาชื่อเจซ (เจมี่ แคมป์เบล โบเวอร์) ซึ่งบอกความจริงแก่เธอว่าเธอไม่ควรเห็นเขา เพราะเขาคือนักฆ่ารัตติกาล ครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพ ที่อยู่ในอีกโลกที่ซ้อนกับโลกมนุษย์ มีหน้าที่คอยกำจัดปีศาจต่างๆ มนุษย์ปกติไม่ควรมองเห็นโลกแห่งนี้ แต่แล้วจู่ๆ แม่ของแคลี่ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ และมีเงื่อนงำเกี่ยวกับความเป็นมาของเธอ เจซจึงต้องพาแคลี่ไปยังเมืองโครงกระดูกเพื่อไขปริศนา สนุกมากๆ เลยค่ะ ลองไปหามาดูย้อนหลัง

I am number four (2011)
เรื่องนี้เราเชียร์ให้มีภาค 2 สุดใจ มันเป็นปมมาก มันค้างคาสุดๆ ตามจริงมันทำต่อได้อีกเยอะเลย แต่กลับหยุดชะงักไปซะงั้น เรื่องนี้เล่าเรื่องราวของเหล่าเด็กพรสวรรค์ทั้ง 9 คน ที่ได้รับหมายเลขมาจากดาวแม่ของเขา แต่แล้วเรื่องน่าสะพรึงก็ต้องเกิดขึ้นเมื่อเด็กทั้ง 3 คนแรก ได้ถูกฆ่าตายโดย เผ่าม็อก ที่จะตามล่าทุกคนเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เติบโตมาเพื่อพิทักษ์ดาวของพวกเขาได้ ปล. ควรมีภาค 2 จริงๆ นะ เพราะเรื่องนี้สนุกมากๆ เลยค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยชมห้ามพลาดเด็ดขาด หาเวลาดีๆ ไปเปิดย้อนหลังดู ให้คะแนน10/10ไปเลยค่ะ

The Host (2013)
เป็นแนวแฟนตาซีค่ะ ไม่ค่อยดังเท่าไร แต่เราชอบนะหนังแนวประมาณนี้ทำดูเรียบๆ ค่ะแต่สนุกใช้ได้ ไม่ถึงกับสนุกสุดๆ หรือดังแบบปังๆ ไปเลย แต่ไม่ได้ง่วงหรือน่าเบื่อสำหรับเราคือมันสนุก เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต หลังจากปรสิตจากต่างดาวที่เรียกตัวเองว่า “โซล” บุกโลกยึดร่างและควบคุมความคิดของมนุษย์ทุกคน แต่ก็มีเพียง เมลานี ที่ถึงแม้จะถูกโซลที่ชื่อ แวนด้า เข้ายึดครองร่างอย่างไรก็ตามจิตใจของเธอก็ไม่ยอมถูกควบคุม สนุกค่ะต้อง ดูๆๆ

How to Train Your Dragon (2010)
อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร (2010) เป็นแอนิเมชั่นที่เราปักไว้ในดวงใจหัวใจ พระเอกเป็นลูกของผู้นำหมู่บ้านเบิร์ก หรืออะไรสักอย่าง ในหมู่บ้านจะมีไวกิ้งเป็นผู้ปราบมังกร แล้ววันนึ่งพระเอกก็จับมังกรตัวหนึ่งได้ แต่หางมันขาด ทำให้บินไม่ได้ พระเอกก็ใจอ่อนค่ะ ไม่ทำร้าย แต่กลับเลี้ยงมันไว้แทน หนังสนุก บอกต่อค่ะ

Green Book : ไมเคิล อุ๋ง
นักเลงเชื้อสายอิตาเลียนทำงานเป็นการ์ดในผับให้กับพวกมาเฟีย หลังจากร้านถูกสั่งปิดด้วยเหตุทะเลาะวิวาท เขาได้งานเป็นคนขับรถให้กับนักเปียโนผิวดำผู้มีพรสวรรค์ ที่กำลังจะเดินทางไกลเพื่อเล่นดนตรีทั่วภาคใต้ของประเทศ แต่ติดตรงที่ว่าในยุคนั้น ผู้คนทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกายังคงกีดกันและเลือกปฏิบัติต่อคนผิวดำ เพียงเพราะเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาอย่างช้านาน

กรีน บุ๊ค เป็นชื่อเรียกหนังสือคู่มือที่คนผิวดำต้องใช้ หากจำเป็นต้องเดินทางจากบ้านไปไกล มันจะบอกชื่อที่พัก ร้านอาหารที่ยินดีต้อนรับคนผิวดำ เพื่อที่พวกเขาจะ “ไม่โดนตื้บ” ตลอดทริปการเดินทาง

“เป็นหนังที่งดงามมาก และฟีลกู๊ดยิ่งกว่าหนังจีดีเอชทุกเรื่องรวมกันซะอีก” ไมเคิล อุ๋ง กล่าว “เพราะมันเป็นหนังฟีลกู๊ดที่มีสาระ ไม่ใช่เน้นมาร์เก็ตติ้งจนลืมศิลปะภาพยนตร์ ยิ่งออกฉายในช่วงที่กลุ่มเหยียดผิวในอเมริกากำลังคึกหนัก หนังยิ่งมีคุณค่า อย่างน้อยหนังก็บอกให้รู้ว่าประธานาธิบดีในยุคเหยียดผิว ยังเข้าท่ากว่าประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งเยอะ”

Ben is Back : กองบรรณาธิการ
เมื่อเบนกลับมาจากการบำบัดยาเสพติด ทุกคนในครอบครัวเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพียงหนึ่งวันเท่านั้นที่เบนได้รับอนุญาตจากครอบครัวให้อยู่ร่วมฉลองวันคริสตมาสกับพวกเขา แต่ทุกอย่างก็พังลง เมื่อเพื่อนในก๊วนค้ายาของเบนรู้ว่าเขากลับมาแล้ว

ด้วยการประคับประคองจากแม่ที่ต้องทนรับมือกับความรู้สึกย่ำแย่ที่เกิดจากลูกชายของเธอมาตลอดหลายปี หนังให้ภาพความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกที่ต้องพยายามแก้ปัญหาร่วมกันในคืนคริสต์มาส ในขณะที่เบนพยายาม รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำเก่าๆ ของเขา ด้วยการพาตัวเองกลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกครั้ง คนดูอาจได้เห็นว่าการดิ้นรนออกจากโลกของยาเสพติดนั้น เป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าจะเป็นไปได้ และในโลกของพวกเขาจะมีก็เพียงคนในครอบครัวเท่านั้น ที่ยังคงห่วงใยและปรารถนาดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *