เล่นแร่แปรธาตุ… สงฆ์มหัศจรรย์ เสกน้ำมนตร์กลายเป็นพระธาตุ

บริเวณด้านหน้าพระมหาเจดีย์ชเวดากองที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวตะวันตก ต่างหันมามองดูพระสงฆ์ในจีวรสีเข้มที่กำลังชูวัตถุขนาดเล็กบางอย่างท่ามกลางผู้รายล้อม ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นชาวเมียนมาร์ พระสงฆ์ผู้นั้นแทบไม่ได้เอ่ยคำ มีใบหน้าที่นิ่งสงบ ขณะที่ใบหน้าของผู้ที่รายล้อมนั้นกลับเต็มไปด้วยสีหน้าอัศจรรย์ และตื่นเต้นต่อวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่ในมือของพระสงฆ์

สิ่งนั้นคืออะไร ?

เมื่อขยับเข้าไปใกล้ เราจะเห็นอย่างชัดเจนว่าวัตถุชิ้นนั้นมีลักษณะทรงกลมใส ไม่ต่างจากลูกแก้วที่พบได้ใน ก้นกระป๋องสังกะสีทั่วไป พระสงฆ์ผู้นั้นยื่นวัตถุชิ้นนั้นให้หญิงชราชาวเมียนมาร์ที่รับไปแล้วยกมือขึ้นไหว้เหนือศีรษะ ขณะที่หญิงสาวอ่อนวัยกว่าข้าง ๆ หยิบธนบัตรใส่ลงไปในบาตรของผู้ที่น่าจะเป็นลูกศิษย์ หรือผู้ติดตามพระสงฆ์ในชุดจีวรสีเข้ม

จากนั้น ใครคนหนึ่งในกลุ่มชาวเมียนมาร์ตะโกนพร้อมชูธนบัตรเป็นแบงก์สกุลดอลลาร์ในอากาศ แล้วแทรกผ่านผู้คนเข้ามาพร้อมกับยื่นลงในบาตรของลูกศิษย์พระ แล้วทุกสายตาก็พุ่งกลับไปมองยังพระสงฆ์ในชุดจีวรเข้มอีกครั้ง
ไม่กี่วินาทีถัดจากนี้ พิธีกรรมที่เรียกว่าการเสกน้ำมนต์ให้เป็นพระธาตุกำลังจะเริ่มต้น…อีกครั้ง เมื่อพระสงฆ์เริ่มพึมพำบทสวดบางอย่างที่เราพอรู้ว่าเป็นภาษาบาลี แต่น้ำเสียงที่เบาและสภาพแวดล้อมที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวค่อนข้างดังกลบเสียงพระสงฆ์จนแยกไม่ออกว่ากำลังสวดมนต์ในบทใดอยู่ ขณะที่มือข้างซึ่งถือกิ่งใบทับทิม อันเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในคติความเชื่อที่ว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งอัปมงคลต่าง ๆ ก็เริ่มโบกไปมา ลูกศิษย์พระอีกคน ซึ่งมือถือขันน้ำสีเงิน ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าคือน้ำมนต์ ได้เริ่มเดินยื่นถือขันไปข้างหน้าให้ผู้รายล้อมได้มองเห็น รวมทั้งเราว่าภายในน้ำมีเพียงแต่น้ำเปล่าๆ ไร้วัตถุใดๆ จากนั้นนำกลับมาให้พระสงฆ์ ซึ่งใช้มือข้างที่ถือกิ่งใบทับทิมโบกสะบัดไปมาเหนือขันน้ำอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบทสวดที่จบลง

ลูกศิษย์พระยกมือขึ้นไหว้เหนือศีรษะแล้วหันกลับมายื่นขันให้ผู้คนที่รายล้อมดูอีกครั้ง และคราวนี้เสียงฮือฮาดังขึ้น เมื่อทุกสายตาต่างมองเห็นว่าภายในขันนั้นมีวัตถุสีขุ่นแบบเดียวกับที่พระให้กับหญิงชราปรากฏอยู่ ลูกศิษย์ยื่นขันกลับไปให้พระอีกครั้งเพื่อให้พระนำวัตถุที่ถูกอ้างว่าเป็นพระธาตุ หยิบขึ้นมาแล้วส่งให้กับชายชาวเมียนมาร์ผู้กำธนบัตรดอลลาร์ไว้ในมือเพื่อแลกกับศรัทธาที่เขาเชื่อมั่นว่านั่น คือ วัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่เงินทอง ไม่ว่าจะแพงสักเท่าไหร่ หากเขาสามารถจ่ายได้ เขาจะจ่าย

เพื่อซื้อศรัทธา

เรื่องราวที่เพิ่งผ่านตาผู้อ่านไป เป็นเรื่องราวที่ถูกดัดแปลงจากเรื่องจริงที่ปรากฏขึ้นบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ของเฟซบุ๊กชาวเมียนมาร์ที่ใช้ชื่อว่า Saihark Hark โพสต์คลิปวีดิโอของพระสงฆ์ผู้หนึ่งจากจังหวัดทางภาคเหนือของไทยที่อ้างตนว่าสามารถเสกน้ำมนต์ให้เป็นพระธาตุได้ โดยคลิปวีดิโอนี้ ทาง รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมีศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำไปเผยแพร่ต่อแล้วชี้ให้เห็นถึงกลโกงของการสลับมือที่ถือกิ่งใบทับทิมของพระสงฆ์เพื่อบังตา ขณะที่อีกมือก็ล้วงเข้าไปในอังสะเพื่อหยิบลูกแก้วแล้วโปรยใส่ผู้ศรัทธาที่กำลังก้มกราบ ซึ่งจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าน้ำมนต์ได้กลายเป็นลูกแก้วชิ้นเล็กๆ

เรื่องนี้บอกอะไรได้บ้าง ?

สิ่งหนึ่งที่บอกได้อย่างชัดเจนก็คือคติความเชื่อความศรัทธาของผู้คนมากมายที่พร้อมจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ดวงตาที่ควรจะเห็นธรรม(ชาติ) ของความจริงกลับมืดบอดลงไปชั่วขณะ แม้ในคลิปจะมีเพียงการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นจริง กระทั่งมีบางคนที่แสดงทัศนะในเชิงเรียกร้องให้ปลดพระรูปนั้นจากการเป็นพระ แต่เราจะรับประกันได้ล่ะหรือ ? ว่ากลโกงเหล่านี้จะหายไปจากสังคมไทยเมื่อผู้คนยังคงศรัทธาในความเชื่อมากกว่าในพระธรรมคำสอนอันเป็นสัจธรรมของความจริงมากกว่า

อีกกี่ครั้งที่คนเราจะต้องจ่ายเพื่อซื้อศรัทธาเพียงเพื่อให้รู้ในภายหลังว่า ทั้งหมดเป็นเพราะเราเองที่ดวงตามืดบอดไม่เห็นธรรม ซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นเอง.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *