เกือบหาย : อนุสรณ์ ศรีคำขวัญ

ระหว่างปิดต้นฉบับคอลัมน์ในนิตยสารโกง ที่ผมเป็นผู้รับผิดชอบ ตอนนั้นอยู่ในช่วงจัดนิทรรศการโลกมลายู งานมลายูเดย์ จ.ยะลา และต้องประชุมงานที่ จ.ปัตตาอีกด้วย

เรียกว่า “เช้าอยู่ปัตตานี เย็นวิ่งเข้ายะลา”

เย็นวันที่ 10 บนพื้นที่ปัตตานีและยะลา วันนั้นแดดแรงมาก ผมเสร็จจากประชุมที่ มอ.ปัตตานี จึงจับแท็กซี่ (แบบเหมาคัน) มุ่งหน้าสู่จังหวัดยะลา แท็กซี่ใน 3 จังหวัดมีเอกลักษณ์ เพราะนำรถเบนซ์รุ่นเก่ามาใช้บริการรับส่ง บางคนมาเที่ยวสามจังหวัดก็เพียงต้องการนั่งแท็กซี่ชนิดนี้นี่แหละ

ด้วยแดดร้อน แถมรถยนต์ไร้เครื่องทำความเย็น จึงนั่งผงกหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทาง ถึงที่หมายแบบหงอยๆ

จนลืมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค

รู้ตัวว่าลืมคอมพิวเตอร์พกพา เมื่อเวลาผ่านไปร่วม 20 นาที แรกเข้าใจว่าลืมไว้ในห้องน้ำสาธารณะ ข้อสันนิษฐานนี้ทำใจหล่นลงตาตุ่ม เพราะห้องน้ำอยู่ในงานมหกรรม ผู้คนต่างแห่แห่นมาเที่ยว ถ้าลืมไว้จริง ต้องหายแน่ๆ

รีบวิ่งปร๋อไปยังห้องน้ำ บอกคนเฝ้าประตู ขอเข้าไปดูของในห้องน้ำหน่อย เข้าไปปรากฏว่าไม่เห็นโน้ตบุ๊ค แต่ใจชื้น นั่นด้วยโถปัสสาวะมีขนาดเล็ก ไม่พอวางสัมภาระ ไม่มีทางจะวางโน๊ตบุ๊คซึ่งบรรจุอยู่ในกระเป๋าหิ้วได้

ขั้นต่อมา โทรศัพท์ถามคนขับ ด้วยเหมาทั้งคันจึงได้เบอร์มือถือของคนขับมาด้วย ชัดเลย คนขับบอกว่าเขาจอดรถซ่อมอยู่ที่ทางไป อ.เบตง ห่างจากจุดจัดงานมลายูเดย์ ราว 5 กิโลเมตร รู้อย่างนั้นผมจึงรีบโบกตุ๊กตุ๊ก

150 บาท โชเฟอร์บอก…

ดูแล้วแพงอยู่ แต่ผมรับคำ นั่นเป็นเพราะความเร่งรีบ หนึ่ง กับราคานี้เป็นราคาแบบเหมา หนึ่ง และหากเทียบราคากับแท็กซี่เมืองหลวงแล้ว ราคาก็พอๆ กัน

รถตุ๊กตุ๊กเคลื่อนตัวช้า คนขับบอก

“เดือนนี้หากินยาก ไม่รู้เป็นอะไร วันหนึ่งได้แค่สามร้อย บาท ค่าน้ำมันก็สองร้อยแล้ว ยังไม่รวมค่าเช่า”

ผมได้แต่ยิ้ม ปลอบเขาเล็กน้อยว่า ตัวเองก็ไม่ใช่ว่ามีงานมากมาย นี่ยังต้องมาเสียเงินอีก 150 บาท

จบคำ ต่างคนจึงต่างยิ้มได้

ถึงตำแหน่งรถเเท็กซี่จอดซ่อม คนขับยืนเด่น ยิ้มแต้รออยู่ริมทาง ใจชื้นขึ้นเยอะที่โน้ตบุ๊คไม่ได้ลืมแล้วหายเลย ดีที่อยู่บนรถแท็กซี่ ที่มีระบบติดตามได้

ถ้าทำคอมพิวเตอร์หายไป นอกจากจะถูกภรรยาเคาะหัวแล้ว ยังสูญงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *