ภัยสำนักพิมพ์ ! ข้าราชการสุดพลิ้ว หาผลประโยชน์จากใบเสนอราคา ได้ราคาแล้วเชิด !

สำหรับผู้ทำธุรกิจสำนักพิมพ์ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะมี โรงพิมพ์เองหรืออาศัยโรงพิมพ์ของผู้อื่น หลายรายอาจเคยประสบพบเจอบุคคลประเภทหนึ่ง ที่ทำให้เราท่านต้องเสียเวลา เสียความรู้สึก ด้วยเล่ห์กระเท่เพทุบายในการทำมาหากิน บุคคลประเภทนี้มักใช้วิธีพูดจาหว่านล้อม หลอกลวงให้ทางสำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์ออกใบเสนอราคาในราคาที่สูงกว่าราคาปกติ บางครั้งก็ให้แก้โน่นแก้นี่ เพื่อนำใบเสนอราคาไปใช้เปรียบเทียบกับใบเสนอราคาที่ตนมีอยู่ เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ซึ่งทางนิตยสารโกงจะตีแผ่ต่อไปว่าผลประโยชน์ดังกล่าว เป็นผลประโยชน์อย่างไร

แม้แต่ใบเสนอราคาก็ยังเอาไปหากินได้…

“เอาเป็นว่า คนที่ติดต่อมา เขาน่าจะเป็นข้าราชการก็แล้วกัน เขาบอกว่ารับหน้าที่ทำปฏิทินให้องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดร้อยเอ็ด ระบุแค่นี้ก็แล้วกัน เพราะว่าผมไม่อยากลงรายละเอียดที่ชัดเจน โรงพิมพ์เราเป็นธุรกิจเล็กๆ ผมกลัวจะไปกระทบกระเทือนกับ อบต. แล้วเขาอาจจะมากลั่นแกล้งเอา”

แหล่งข่าวให้ข้อมูลกับนิตยสารโกงอย่างชัดเจน แต่ข้อมูลบางอย่างไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับหลายคนที่อยู่นอกวงการสิ่งพิมพ์ คงไม่รู้ว่าบุคคลบางประเภทสามารถนำใบเสนอราคาไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ได้อย่างไร แหล่งข่าวบอกกับเราว่าเป็นเรื่องของการนำใบเสนอราคาไปเปรียบเทียบกับใบเสนอราคาจากกิจการที่เป็นพรรคพวกของตน หรือกิจการที่มีข้อตกลงบางอย่างซึ่งกันและกัน

“ง่ายๆ เช่น คุณไปเอางานจาก อบต. มาให้ผม แล้วคุณเอาไปห้าเปอร์เซ็นต์ คุณมีหน้าที่รับผิดชอบไปเสนอนาย คุณก็ไปหาใบเสนอราคาจากที่อื่นๆ เอาที่มันแพงกว่าของผม เพื่อ อบต. จะได้เลือกผม แล้วคุณจะได้เงินใช้…”

เหยื่อโกงประจำฉบับยังบอกอีกว่า การออกใบเสนอราคาเป็นเรื่องปกติในวงการสิ่งพิมพ์ บางสำนักพิมพ์บางโรงพิมพ์ถึงขั้นค้าขายใบเสนอราคาด้วยซ้ำ ด้วยในวงการถือเป็นเรื่องปกติ บางทีแค่ใบเสนอราคาใบเดียว เป็นกระดาษปริ้นท์ออกมา กลับขายกันใบละห้าพัน ส่วนโรงพิมพ์ใหญ่ๆ อาจขายใบละหมื่น แล้วแต่ว่าเป็นงานเล็กงานใหญ่ และมีส่วนต่างมากน้อยแค่ไหน

เหยื่อโกงของเราบอกว่า แม้ตนเองจะไม่ได้สูญเสียอะไร โดยปกติไม่เคยขายใฝบเสนอราคา แต่ด้วยความไม่ทันคิด ด้วยบุคคลดังกล่าวติดต่อมาทางโปรแกรมไลน์ บอกว่าตนเองต้องการใบเสนอราคาอย่างเร่งด่วน เพื่อจะนำเข้าที่ประชุมภายในเวลาบ่ายโมงของวัน ขอให้กำหนดราคามาตามที่ตนเองเป็นฝ่ายกำหนด โดยไม่ลืมสำทับว่าโรงพิมพ์ของเขาจะได้รับการคัดเลือกให้พิมพ์ปฏิทินอย่างแน่นอน

“อันนี้ผมยอมรับว่าตัวเองมีความโลภเหมือนกัน ปกติเราอาจจะทำปฏิทินราคาห้าสิบบาท พอเขาขอให้กำหนดราคาที่ค่อนข้างสูงในใบเสนอราคา และบอกว่ามีใบเสนอราคาอีกใบที่แพงกว่านี้อยุ่ ผมก็มองไปที่ผลกำไรที่จะได้เยอะขึ้น ก็เลยลืมไปหมดว่าอยู่ดีๆ เขาจะมาสร้างผลกำไรให้เราทำไม ถ้าเขาไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรา…”

ส่งใบเสนอราคาไปแล้วเป็นเวลานานมาก บุคคลดังกล่าวไม่เคยติดต่อกลับมาแม้แต่สักข้อความหนึ่ง จนต้องเป็นฝ่ายทวงถามเสียเอง

“พอถามก็บอกโครงการทำปฏิทินถูกระงับไปแล้ว เพราะราคาไม่ผ่าน เห็นบอกว่าผู้บริหาร อบต. โยกเงินไปทำถนน เขาก็บอกง่ายๆ แบบนี้ แถมยังบอกให้เราเสนอราคาไปอีก เผื่อจะเอาไปเสนอนายอีกรอบนึง”

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบอกว่าอยากให้ทุกคนคำนึงถึงสภาพธุรกิจของวงการสิ่งพิมพ์ด้วย เพราะแม้แต่สำนักพิมพ์ระดับประเทศยังจำใจเลือกขายกิจการโรงพิมพ์ เป็นเพราะไม่สามารถบริหารจัดการได้ไหว แม้แต่โรงพิมพ์ระดับมหาชนยังต้องรับงานพิมพ์หนังสือทีละห้าเล่ม สิบเล่ม เรียกได้ว่าอะไรเป็นรายได้ เป็นต้องคว้าไว้ทุกทาง แม้ใบเสนอราคายังมีวิธีขายกันเป็นเรื่องเป็นราว

“คือผู้ประกอบการทุกรายก็อยากได้งานมาหล่อเลี้ยงสำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์ของตัวเอง เมื่อมีลูกค้าติดต่อเข้ามา แน่นอนว่าเราก็อยากได้งาน เราก็พยายามจะเซอร์วิซ แต่บางทีพูดคุยกันแล้วก็แปลกๆ จนเรามาคิดได้ทีหลังแบบนี้ ก็เท่ากับเสียรู้ไปแล้ว พอเราออกใบเสนอราคาฟรี ให้เขาเอาไปหาผลประโยชน์โดยที่เราไม่ได้อะไร มันก็เหมือนเราโง่ไง”

สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ เหยื่อโกงอยากจะฝากถึงท่านผู้อ่านทุกท่าน ทั้งที่อยู่ในวงการสิ่งพิมพ์และที่อยู่ใน วงการอื่นๆ ซึ่งอาจจะเกิดกรณีที่คล้ายคลึงกันนี้ ในเรื่องการเสาะแสวงหาใบเสนอราคาเพื่อหาผลประโยชน์ โดยเรากลับเป็นฝ่ายต้องเสียเวลา และดูคล้ายว่าเป็นฝ่ายถูกต้มตุ๋น

“บางทีต้องดูความสมเหตุสมผล แบบกรณีที่ผมเจอมานี้ เขาจะมาขอให้เรากำหนดราคาแพงกว่าราคาจริงเพื่ออะไร แต่คนเรามีความโลภ มันเป็นเรื่องที่พูดยาก ก็เหมือนพวกตกทองเวลาที่เราดูโทรทัศน์ มันไม่สมเหตุผล เจอทองแล้วจะขายให้ถูกๆ แบบนี้ แต่คนก็หลงเชื่อได้ พวกตกทอง พวกหลอกกดเอทีเอ็ม ทุกวันนี้ก็ยังมีคนหลงเชื่อ”

เหยื่อโกงทิ้งท้ายอย่างน่าฟัง.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *