ลูกสาวครูสงกรานต์


รู้จักกันมาสิบห้าปีเข้าไปแล้ว ถ้านับเป็นเศษส่วนก็คือเศษหนึ่งส่วนสามของชีวิต ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าเพื่อนลดน้อยลงไป วันเวลาคงจะกลั่นกรองเอาคนที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต รวมทั้งวิถีทางของข้าราชการที่มีการโยกย้ายอยู่เสมอด้วย

แต่ครูสงกรานต์ก็ยังอยู่กับผม สิบห้าปีเข้าไปแล้ว จากน้องสงกรานต์กลายมาเป็นพี่มาเป็นอา กลายมาเป็นลุง วันหนึ่งได้ยินเพื่อนเรียกลูกสาวของน้องครูในโรงเรียนว่า มาหาตาซิลูก ผมหลบมาจากตรงนั้นด้วยความสะเทือนใจ

ผมกับเขาเกิดปีเดียวกัน นับจำนวนครูทั้งสามสิบคนแล้ว เขาอยู่ในลำดับที่สองที่เข้ามาอยู่ในโรงเรียนนี้นานกว่าใคร เสียงแซวจากเพื่อนบางคนว่า พวกผมคงหลงดอยซะแล้ว มาอยู่ทำไมที่นี่นานขนาดนั้น เพื่อนผมโดนมากกว่าผม ในฐานะที่เขามีครอบครัว ลูกสอง คนโตเป็นเด็กหนุ่มจะจบมัธยมปลายในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว ลูกสาวคนเล็กนั้นอยู่ปอสาม กำลังน่ารักน่าชัง

“ดูจากรูปแล้ว น่าจะได้แม่มาเยอะ” ผมว่า “เป็นบุญของเด็กมัน”
ซัดเพื่อนเข้าไปอีกดอก มันได้แต่พยักหน้าหงึกๆ คงรอจังหวะเอาคืน

นั่นแหละ เรากระทบกระแทกกันด้วยคำพูดแบบนั้น ค่อยๆ สานถักใยบางๆ ดื่มกิน เมามาย และใช้ชีวิตอยู่บนดอยห้าวันในหนึ่งสัปดาห์ มีบ้างหรอกที่ถ้อยคำมันกัดกินใจ แต่ก็ไม่อาจจะเลิกคบกับมันได้ กู้สารพัดกู้ ได้เพื่อนนี่แหละที่เป็นคนค้ำประกัน เรียงหน้าเข้ามาเหอะโครงการกู้ทั้งหลาย ผมกับเพื่อนจับมือไขว้กันสลับกันเซ็นค้ำประกัน จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง

มีอย่างเดียวที่ยังไมได้กู้ เพื่อนว่า ลูกระเบิด.


ป้ายข้อความขนาดเท่าฝ่ามือติดอยู่หน้าห้องเรียน ข้อความนั้นจงใจให้นักเรียนได้เห็นก่อนจะเข้าห้องเรียน อ่านทุกวันคงจะซึมเข้าไปในจิตสำนึกของเด็กได้มั่งหรอก ครูสงกรานต์ว่าอย่างนั้น

“โตไปไม่โกง”

เด็กคือความหวังของประเทศชาติ คืออนาคต งานของครูจึงเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ การปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีงามเหล่านี้ให้กับเยาวชน มันคือการพัฒนาประเทศชาติในวันข้างหน้า คุณภาพของการศึกษาที่หลายๆ คนพูดกัน คือคุณภาพของนักเรียนเหล่านี้นั่นเอง

รวมทั้งครูเองก็ต้องเป็นแม่พิมพ์ที่ดีด้วย

ว่าก็ว่าเถอะ อุดมการณ์อย่างนี้พวกผมยึดมั่นอย่างเหนียวแน่น ทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่เคยบ่น แต่ไอ้คนที่อยู่ข้างบนนั่นล่ะ มันทำอะไรกันอยู่ มีแต่นโยบายมาให้ปวดหัว ดึงเอาพวกผมไปจากห้องเรียน แล้วก็ผลาญงบประมาณกันเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะเรื่องอบรมทั้งหลายนี่แหละ ตัวดีนัก

ไอ้คะแนนโอเน็ต เอ็นที พวกนี้ก็เหมือนกัน จะหาผลสัมฤทธิ์อะไรกันนักหนา

“มึงอย่าบ่น เขาให้มาประชุมกรรมการคุมสอบแค่นี้ บ่นซะยาวเชียว” ผมเหลียวไปมองหน้ามันครึ่งวินาที จริงอย่างที่เพื่อนมันว่า รับฟังคำชี้แจง รับข้อสอบเรียบร้อยแล้ว เราก็กลับโรงเรียน

ก่อนกลับก็แวะร้านลาบเสียหน่อย ใกล้ค่ำแล้ว

“ดีที่เราได้คุมสอบปอสามด้วยกัน เขตพื้นที่ของเราสอบก่อนเขตพื้นที่อื่น อ่านข้อสอบดูแล้วยากน่าดู สอบเสร็จแล้วจะสำเนาไปให้ต่ายมันดู”

ต่ายคือลูกสาวคนเล็กของมัน เบี้ยเลี้ยงที่ได้มาเกลี้ยงแล้ว รวมทั้งเงินในกระเป๋าที่เรามีก็หมด เราจึงพากันกลับ


คุมสอบเสร็จ เรานั่งรถกลับด้วยกัน คุยอะไรเรื่อยเปื่อย จังหวะหนึ่งเพื่อนมันว่าโทรไปหากระต่ายลูกสาวแล้ว เรื่องจะเอาข้อสอบไปให้

“กูโดนลูกด่ากลับ มันว่าไม่อยากจะเอาเปรียบเพื่อน เรื่องสอบแค่นี้ ไม่อยากจะโกงใคร”

“ดี สมน้ำหน้ามึงแล้ว”
เพื่อนยิ้มแหย ๆ แล้วก็ว่า
“ถึงกระต่ายจะเรียนไม่เก่ง แต่มันมีจิตสำนึกที่ดีนะ”

เพื่อนพยักหน้าหงึกๆ ด้วยความพึงพอใจ ผมพลอยยิ้มไปกับมัน และรู้สึกขึ้นมาว่าประเทศนี้ยังมีความหวัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *