ก้อนหินสอน

แสงส่องเฉียงจากเบื้องนอกพุ่งเป็นลำยาวลงมายังพื้นที่ภายในตัวอาคาร นั่นทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นผู้คนที่กำลังยืนเรียงรายรออยู่บริเวณด้านหน้าร้านกลายเป็นภาพย้อนแสงขมุกขมัว ขับเน้นให้เห็นเหงื่อบางเม็ดเกาะพราวอยู่ตามใบหน้าและลำคอที่อาบแสง ขณะเสื้อผ้าของบางคนชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“เอ้า รายต่อไป ยกมาวางบนตาชั่งได้เลย” เสียงสั่งค่อนข้างดังจากบิดาข้าพเจ้าซึ่งมีเชื้อสายจีนแต่พูดมลายูถิ่นได้ดี ขณะกำลังจดบันทึกน้ำหนักสินค้า นั่นคือยางแผ่นและขี้ยางของบรรดาลูกค้าชาวมลายูมุสลิมที่ตั้งใจนำมาขายให้ยามสายของวันนี้ พอสิ้นคำสั่ง ข้าพเจ้ารีบก้มไปยังกองขี้ยางของลูกค้าหนุ่มคนหนึ่งใกล้กับตาชั่ง ขี้ยางที่มีขนาดใหญ่โตผิดปกติ เนื้อยางยังปรากฏเป็นสีขาวนวลดั่งเพิ่งผ่านแดดได้ไม่น่าจะข้ามวัน แต่เจ้าหนุ่มน้อยกลับรีบกุลีกุจอเข้ามาช่วยทยอยยกก้อนขี้ยางไปวางบนตาชั่งให้ทีละก้อนจนครบหมดสิ้น

ข้าพเจ้าเห็นท่าทีร้อนรนผิดปกติ จึงพยายามส่งสายตาชวนสนทนา แต่หนุ่มน้อยกลับหลีกเลี่ยงไม่ยอมสบตาด้วย แถมเมื่อบิดาข้าพเจ้าจัดการชั่งน้ำหนักให้เสร็จสรรพแล้ว ยังรีบเข้ามาช่วยยกก้อนขี้ยางลงจากตาชั่ง ในเวลานั้นเองที่สิ่งผิดปกติเริ่มปรากฏ เริ่มต้นจากน้ำหนักก้อนขี้ยางบนตาชั่งสูงผิดปกติจากก้อนขี้ยางธรรมดาในขนาดเท่าหรือใกล้เคียงกันมากแล้ว เมื่อขี้ยางแต่ละก้อนถูกยกออกจากตาชั่งโยนหล่นลงบนพื้นซีเมนต์ กลับส่งเสียงดัง “กึกๆ” แปลกหู ไม่กลิ้งแต่กองสุมอยู่กับขี้ยางกองโตหลากหลายขนาดในพื้นที่ใกล้เคียง

ห้วงเวลานั้น ข้าพเจ้าพยายามสะกิดมือบิดาเพื่อให้รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ แต่อาการของบิดากลับดูสงบนิ่ง ขณะหันมาขยิบตาให้ข้าพเจ้าผู้เป็นลูกเหมือนจะปรามให้นิ่งๆ เข้าไว้ พร้อมแสดงอาการรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติที่ได้สังเกตเห็นแล้ว ประสบการณ์ในฐานะพ่อค้ารับซื้อยางนับหลายสิบปี คงไม่พลาดเรื่องแบบนี้ไปได้ง่ายๆ แน่นอน

การชั่งน้ำหนักยางแผ่นและขี้ยางของลูกค้าที่เหลือยังคงดำเนินต่อไปจนครบหมดทุกราย บิดาข้าพเจ้าจึงเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน หยิบลูกคิดมาดีดเปาะแปะ คำนวนราคาจากน้ำหนักคูณด้วยราคาซื้อ แน่นอนว่าเจ้าหนุ่มน้อยได้เงินค่าขี้ยางสูงกว่าที่คิดไว้มากพอควร จากปริมาณน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งบิดาข้าพเจ้าก็พร้อมจ่ายให้โดยดี โดยชวนคุยอย่างปกติเช่นทุกครั้งกับลูกค้าทุกราย ก่อนจากกันด้วยรอยยิ้มส่งแทนคำขอบคุณหนุ่มน้อยในอาการเหมือนร้อนรุ่มในใจผ่านสายตากลับกลอก ยื่นมือรับเงินแล้ว รีบยัดเงินลงในขอบโสร่งลายตาหมากรุกสีเทากระดำกระด่างไปด้วยรอยเปื้อนจากน้ำยาง เดินหันหลังออกจากร้าน กระโดดขึ้นคร่อมขี่มอเตอร์ไซด์แล่นจากไปอย่างเร่งรีบบนถนนสายหลักของหมู่บ้าน จนค่อยๆ ลับหายไปตามเนินเขาลาดต่ำ

ตกเย็น หลังจากบิดาข้าพเจ้าจัดการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงปลีกตัวไปอาบน้ำแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จากเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีกรมท่าซึ่งเป็นชุดประจำตัวแบบสบายๆ เวลาอยู่บ้าน เป็นเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาว หยิบกุญแจมอเตอร์ไซด์เสียบเข้าช่อง จัดการสตาร์ทรถ แล้วค่อยๆ ขี่ออกไปจากบ้าน ก่อนจะกลับมาทานข้าวกับลูกๆ เมื่อมืดค่ำแล้วด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอิ่มสุข

ถัดจากนั้นอีกวัน บิดาให้ข้าพเจ้าจัดการนำมีดพร้ามาผ่าก้อนขี้ยางของเด็กหนุ่ม เพื่อนำหินก้อนโตที่ซุกซ่อนอยู่เนื้อในออก เพราะเจ้าหนุ่มใช้วิธีเก็บน้ำยางดิบแต่ละถ้วยแล้วนำมาปั้นเป็นก้อนรวมกัน ก่อนจะนำก้อนหินยัดเป็นไส้หวังให้น้ำหนักเพิ่ม จะได้เงินเพิ่มขึ้นจากการขายก้อนขี้ยางทั้งหมดเกือบ ๑๐ ก้อน

ข้าพเจ้าเองมารับรู้ทีหลังว่า การที่บิดาไม่แสดงอาการโกรธหรือตกใจเลยในเวลานั้น แต่กลับทำทุกอย่างให้เป็นปกติ ด้วยตั้งใจว่าเมื่อปิดร้านแล้วจะยอมขี่มอเตอร์ไซด์ไปยังบ้าน

ของเจ้าหนุ่มน้อย เข้าพบผู้เป็นบิดาและมารดา เพื่อบอกเล่าพฤติกรรมของลูกชายที่ไม่ชอบมาพากล โดยหวังให้ผู้เป็นบิดาและมารดาได้สอนสั่งลูกชายให้กลับตัวกลับใจ อย่าประพฤติปฏิบัติตนเช่นนี้เพราะจะก่อผลเสียหายติดตามมาอีกมาก บิดาและมารดาของเจ้าหนุ่มรับฟังอย่างเข้าใจ รีบแสดงอาการขอบคุณบิดาข้าพเจ้าด้วยอาการนอบน้อมขอบคุณ พร้อมกับรับปากว่าจะดูแลลูกชายให้กลับมาเป็นคนดี ไม่คิดคดโกงเอาเปรียบผู้อื่นอีก

เมื่อข้าพเจ้าถามบิดาว่า ทำไมถึงไม่แจ้งให้ตำรวจจับโดยทันที เจ้าหนุ่มน้อยจะได้หลาบจำ

“ลองคิดให้ดีๆ นะลูก หากวันนั้นเรารีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเด็กคนนี้ถูกจับอนาคตย่อมดับวูบ ต้องเข้าคุกเข้าตะราง ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือต่อ นอกจากนี้พ่อคิดว่าการจะสอนสั่งเด็กๆ ควรเป็นหน้าที่ของผู้เป็นพ่อแม่มากกว่า เพราะเด็กจะเชื่อฟังและให้ความเคารพมากกว่าที่คนนอกจะสอน ที่สำคัญ การสอนด้วยหลักคำสอนทางศาสนาซึ่งเจ้าตัวเคารพศรัทธาจะทำให้เด็กเชื่อฟังมากขึ้น”

พร้อมกันนี้ บิดาข้าพเจ้ายกตัวอย่างให้เห็นชัดอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นว่า เช่นเดียวกับก้อนหินในก้อนขี้ยางนั่นแหล่ะ เมื่อเราโยนไปบนพื้นแรงๆ พื้นซีเมนต์บ้านอาจกระเทาะได้รับความเสียหาย หรือก้อนหินอันหยาบกระด้างอาจจะแตกเป็นก้อนเล็กก้อนน้อยปนเปื้อนไปกับเนื้อยาง ทำให้ยางยิ่งเสียคุณภาพ ก่อความเสียหายให้กับผู้รับซื้อต่อซึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน เพราะเศษหินอาจไปทำให้มีดผ่าขี้ยางบิ่น หรือเครื่องจักรพลอยเสียหายไปด้วย

“อย่าให้ก้อนหินที่ไม่มีค่ามาทำลายอนาคตของเด็กคนหนึ่ง เขาเด็กเกินไปจึงยังไม่เข้าใจโลกมากนัก คิดโลภมากจากน้ำหนักก้อนหินที่ทำเงินเพิ่มได้ไม่มาก แต่อาจทำลายชีวิตเขาได้ทั้งชีวิต”

บิดาข้าพเจ้าเอ่ยคำสอนทิ้งท้าย ทำให้ข้าพเจ้าเองเข้าใจอะไรได้มากขึ้น ในเช้าวันแดดอุ่นกำลังอาบโอบโลก ขณะมุมหนึ่งนั้นกองขี้ยางซึ่งถูกผ่าซีกเพื่อเอาก้อนหินออกจากเนื้อยางแล้ว ถูกวางเรียงรายอยู่บนพื้นร่วมกับกองขี้ยางทั้งหมดที่รับซื้อมา รอการตากแดดให้เนื้อยางแห้งมากขึ้น เวลาไปขายต่อจะได้ราคาดีกว่า

แม้จะขาดทุนไปบ้างจากขี้ยางซ่อนหิน แต่ข้าพเจ้าคิดว่ากลับได้กำไรอื่นกลับมามากมายจากความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าการโกงยางคดีต่างๆ ที่ผ่านมา คนที่ถูกกระทำ และฝ่ายฉ้อฉล จะได้ข้อคิดอะไรบ้าง ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *