เมื่อนักธรณีวิทยา… ปลอมเหมืองทองคำมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์

ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 90s เดวิด วอลช์ ซีอีโอของบริษัทเหมืองทองขนาดเล็กในแคนาดาที่มีชื่อว่า บรี-แอกซ์ กำลังมีความหวังท่ามกลางความย่ำแย่ของสภาพธุรกิจ เมื่อพบกับนักธรณีวิทยาชาวฟิลิปปินส์ที่ชื่อ ไมเคิล เดอกุซแมน พร้อมผลรายงานปริมาณทองคำจากพื้นที่เกาะบอร์เนียวหรือกาลีมันตันที่มีปริมาณสูงถึง 70 ล้านออนซ์

ซึ่งอาจทวีผลกำไรเป็นเงินนับพันล้านดอลลาร์

ในอนาคตอันใกล้ บอร์เนียวกำลังจะกลายเป็นเหมืองทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว !

ด้วยความร่วมมือของ จอห์น เฟลเดอร์ฮอฟ นักธรณีวิทยา ทั้งสามกลายเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่มีอนาคตสดใส เดอกุซแมนยิ่งขุดตัวอย่างแท่งดินจากบอร์เนียวมากเท่าไร เขากลับค้นพบปริมาณทองคำเจือปนอยู่มากเท่านั้น เหมืองทองคำแห่งนี้ อาจมีปริมาณทองคำสูงถึง 200 ล้านออนซ์เลยทีเดียว

หลังจ่ายเงินซื้อสิทธิ์การใช้ประโยชน์จากผืนดินให้แก่รัฐบาลอินโดนีเซียเพียง 80,000 ดอลลาร์ หุ้นของบริษัทเหมืองแร่ที่กำลังย่ำแย่เช่น บรี-แอ็กซ์ กลับกลายเป็นหุ้นที่มีมูลค่าสูงถึง 286.50 เหรียญ เหมืองทองคำแห่งนี้เรียกร้องเงินลงทุนจากนักลงทุน นักเก็งกำไร นายหน้าค้าหุ้น มันมีมูลค่ามากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งที่จริง มันไม่เคยมีทองคำแม้แต่ออนซ์เดียว…

ไมเคิล เดอกุซแมน เกิดและเติบโตในฟิลิปปินส์ เขาแต่งงานและมีลูกมากถึง 6 คน เป็นหัวหน้าทีมสำรวจของบริษัท บรี-แอกซ์ เขาเคยเล่าว่าได้พา ทีมงานนิตยสาร Far Eastern Economic Review บุกป่าบอร์เนียวไกลกว่า 30 กิโลเมตร และบอกเล่าถึงความยากลำบากในการข้ามเขตอันตรายที่สุดที่มีระยะทางไกลกว่า 5 กิโล เขาทำให้ทุกคนเชื่ออย่างสนิทใจว่าตนเองเป็นผู้ค้นพบเหมืองทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักสำรวจระดับแถวหน้าของเกาะบอร์เนียว

แต่ทั้งหมดเกิดจากเศษทองที่ขูดออกมาจากแหวนแต่งงานของเขาเอง

ไมเคิ้ล เดอกุซแมน เมื่อนักธรณีวิทยาปลอมเหมืองทองคำ มูลค่า 6000 ล้านดอลลาร์

การเจือปนทองคำลงในตัวอย่างแท่งหินสำหรับการส่งขอใบรับรอง เป็นสิ่งที่เดอกุซแมนทำมาโดยตลอด เขาอาศัยสูตรง่ายๆ ที่คิดค้นขึ้นเอง ด้วยการเจือทองลงไป 1 ส่วน ต่ออัตราส่วนทุก 3,000 กรัม มันต้องการปริมาณทองน้อยยิ่งกว่าน้อยเพื่อจะสร้างเหมืองทองที่มีมูลค่ามากกว่าชีวิตของเขาเอง แม้เริ่มแรกมันจะสร้างเงินในหลักร้อยล้านดอลลาร์ให้กับเขา, เฟลเดอร์ฮอฟ และวอลช์ แต่ไม่ว่าเหมืองทองของเดอกุซแมนจะทำเงินได้มากมายแค่ไหนก็ตาม

ตัวเขาเองกลับต้องพบกับความตาย

ความกังวลใจแรกๆ ของเดอกุซแมนเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นของบริษัทเหมืองทองกำมะลอ รวมทั้งปริมาณทองคำที่ถูกประกาศว่ามีอยู่มากกว่า 200 ล้านออนซ์ กำลังโบกมือเรียกบริษัทเหมืองทองระดับโลกหลายแห่ง ให้เข้ามาสนใจ

เมื่อประธานาธิบดีซูฮาร์โต้ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในบรรดานักการเมืองที่กระทำการคอร์รัปชันมากที่สุดในโลก พร้อมด้วยรัฐบาลทหารของเขาได้รับการติดต่อจากบริษัท ฟรี-พอร์ท แมคมอแรน คอปเปอร์ แอนด์ โกลด์ อิงค์. แห่งรัฐนิวออร์ลีน บรี-แอ็กซ์กลับต้องพบกับอำนาจที่เหนือกว่าของรัฐบาลอินโดนีเซียโดยไม่มีทางแข็งขืน แม้ก่อนหน้านี้จะตัดสินใจยอมจ่ายเงินเดือนให้กับลูกชายของซูฮาร์โต้แล้วก็ตาม

ฟรีพอร์ทต้องการส่วนแบ่งเพียง 40% แต่พวกเขาต้องการขุดตัวอย่างหินเพื่อทำการพิสูจน์เอง สิ่งที่พวกเขาค้นพบคือตัวอย่างหินที่ไม่มีทองเจือปนอยู่แม้แต่น้อย

ระหว่างเที่ยวบินโดยสารเฮลิคอปเตอร์ที่บินข้ามผ่านเขตบอร์เนียว เดอกุซแมนตัดสินใจกระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ ร่างของเขาถูกค้นพบในอีกสามวันต่อมา ร่างกายถูกสัตว์กัดแทะและเน่าเปื่อยจนไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นร่างของเดอกุซแมน บางคนบอกว่ามันไม่เคยมีเที่ยวบินเฮลิคอปเตอร์ในช่วงปีนั้นและต่อๆ มา หลายคนเชื่อว่าเขายังไม่ตาย แต่ขึ้นเครื่องบินไปสู่อเมริกาใต้ ทั้งหมดเป็นการจัดฉากเพื่อจบเรื่องอย่างเลวร้ายที่สุด

เมื่อความจริงถูกเปิดเผย บรี-แอกซ์จัดแถลงข่าวที่ระบุว่านักลงทุนทุกคนจะไม่ได้รับเงินคืน มูลค่าหุ้นโดยรวม ของบรี-แอกซ์ลดลงวินาทีละ 3 ล้านดอลลาร์ บริษัทถึงขั้นล้มละลายในท้ายที่สุด ทุกคนสูญเงินไปเปล่าๆ ไม่มีใครได้รับการชดใช้แม้แต่คนเดียว

และเช่นเดียวกัน ไม่เคยมีใครได้รับการลงโทษจากการกระทำนี้.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *