ระบาดหนัก ! หลอกเก็บค่าคิวเงินกู้ ไม่ได้เงิน แถมเสียทรัพย์

คนเราเมื่อถึงคราวเดือดเนื้อร้อนใจ ด้วยอยู่ในสังคมเงินตราเป็นใหญ่ ผู้คนยึดถือเงินราวกับศาสนาประจำชาติ แม้แต่พระสงฆ์องคเจ้ายังมีปัญหาเรื่องเงินทอง เดินเข้าวัดนึกว่าจะได้พบที่พึ่ง ที่ไหนได้ กลับเจอมหาโจรในคราบผ้าเหลือง ถือตาลปัตรจี้ปล้นชาวบ้าน เป็นเพราะเงินตัวเดียวเท่านั้น ที่ทำให้เกิดปัญหาการหลอกลวงต้มตุ๋นต่างๆ

อย่างผู้เสียหายรายนี้ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นพลเมืองดีระดับเอดับเบิลพลัส เริ่มจากได้รับความเดือดร้อนทาง การเงิน อยากจะกู้เงิน ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ใช้งาน สื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเพจหางาน ซื้อขายสินค้า จึงพบเห็นข้อความโฆษณาจากเหล่าบรรดามิจฉาชีพบ่อยครั้ง

โดยเฉพาะในเรื่องการปล่อยเงินกู้ต่างๆ

“เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 8” บ้างว่าร้อยละห้า แม้แต่ร้อยละสามก็ยังมีในทุกวันนี้

ดอกเบี้ยถูกยิ่งกว่าธนาคารออมสินซะอีก !

เจอดอกเบี้ยถูกใจแบบนี้ จึงหลงเชื่อรีบติดต่อพูดคุย หวังจะได้เงินมาปลดเปลื้องหนี้สิน

เมื่อติดต่อสอบถามจึงเริ่มเอะใจหลายอย่าง ไม่ยอมให้หมายเลขติดต่อ ผิดวิสัยผู้ปล่อยเงินกู้ แถมไม่ยอมบอกว่าสำนักงานตั้งอยู่ที่ไหน แม้ให้หมายเลขโทรศัพท์ก็ไม่ยอมโทรศัพท์ติดต่อซะด้วย มีแต่คะยั้นคะยอให้จ่ายดอกเบี้ยก่อนโดยสัญญาว่าจะโอนเงินให้ภายหลัง

บ้างว่าเป็นค่าจองคิวเงินกู้

พอโทรไปหาก็พี่คะพี่ขา หนูอยากช่วยให้พี่ได้เงินไวๆ แต่พี่ต้องจ่ายค่าจองคิวก่อนนะ ถ้าพี่โอนเงินมาให้ก่อนสักสองพันบาท หนูก็จะจัดการเรื่องเงินกู้ให้…

โชคดีคุณปุ้มไม่หลงเชื่อ เพราะพูดคุยทางเฟซบุ๊ค เมสเซนเจอร์ รู้สึกผิดปกติอยู่หลายอย่าง หลังจากนั้นจึงทดลองติดต่อกับพวกปล่อยเงินกู้ออนไลน์หลายต่อหลายเจ้าด้วยกัน จึงพบรูปแบบการกระทำผิดที่คล้ายคลึงกัน โดยมิจฉาชีพเหล่านี้มักไม่ยอมให้ช่องทางติดต่อที่จะสามารถระบุตัวตนได้ บ้างไม่มีรูปโปรไฟล์ ไม่เห็นหน้าค่าตา แม้บางคนจะมีรูปภาพ

แต่จะใช้รูปตัวเองหรือเปล่าก็ไม่อาจจะแน่ใจได้

คนพวกนี้มีวิธีการหว่านล้อมสารพัดอย่าง ที่จะหลอกลวงให้เหยื่อโอนเงินไปก่อน และเมื่อโอนไปแล้วก็จะทำการบล็อกช่องทางติดต่อทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค ไลน์ หรือช่องทางติดต่ออื่นๆ เมื่อไม่สามารถติดต่อได้ ก็ตกที่นั่งลำบาก เสียเงินฟรีเพราะความหวังจะได้เงินมาบรรเทาทุกข์

ผู้เสียหายจำนวนมากมักคิดว่าตนสูญเงินเพียง 2-3 พันบาท ถือว่าเป็นเงินน้อย จึงไม่คอยได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี อีกทั้งส่วนมากเมื่อโดนหลอกก็รู้สึกอับอาย ไม่อยากให้ใครทราบว่าตัวเองถูกต้มตุ๋น จึงปล่อยเลยตามเลย

เหล่ามิจฉาชีพจึงได้ใจ กระทำความผิดอยู่เรื่อยไป

ในกรณีของคุณปุ้มนี้ ทดลองติดต่อกับมิจฉาชีพรายหนึ่ง จนถึงขั้นตอนจะต้องโอนเงินจำนวน 8,000 บาทเข้าบัญชีธนาคารของแก๊งค์เงินกู้กำมะลอ โดยเป็นค่าจองคิวเงินกู้มูลค่าหนึ่งแสน แม้บอกกับมิจฉาชีพว่าตนมีเงินอยู่ในบัญชีธนาคารเพียงสองพันบาทเท่านั้น มิจฉาชีพก็ยังขอให้โอนเงินสองพันบาทนั้นข้าสู่บัญชีธนาคารของตน

เมื่อเข้าร้องทุกข์แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

พร้อมหลักฐานการสนทนาทางออนไลน์ กลับพบคำตอบว่าความผิดยังไม่เกิด เบื้องต้นจึงทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันในฐานะพลเมืองดี และถ้าหากหลงโอนเงินไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถอายัดเงินคืนได้ในทันที

มีผู้แนะนำให้โทรศัพท์ไปยังหมายเลขสายด่วน 1135 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ) ปรากฏว่าคุณปุ้มใช้เวลาโทรนานถึง 3 วัน

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด… คือคำตอบเดียวจากปลายสาย

ในกรณีของคุณปุ้มนี้ ทดลองติดต่อกับมิจฉาชีพรายหนึ่ง จนถึงขั้นตอนจะต้องโอนเงินจำนวน 8,000 บาทเข้าบัญชีธนาคารของแก๊งค์เงินกู้กำมะลอ โดยเป็นค่าจองคิวเงินกู้มูลค่าหนึ่งแสน แม้บอกกับมิจฉาชีพว่าตนมีเงินอยู่ในบัญชีธนาคารเพียงสองพันบาทเท่านั้น มิจฉาชีพก็ยังขอให้โอนเงินสองพันบาทนั้นข้าสู่บัญชีธนาคารของตน

เมื่อเข้าร้องทุกข์แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

พร้อมหลักฐานการสนทนาทางออนไลน์ กลับพบคำตอบว่าความผิดยังไม่เกิด เบื้องต้นจึงทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันในฐานะพลเมืองดี และถ้าหากหลงโอนเงินไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถอายัดเงินคืนได้ในทันที

มีผู้แนะนำให้โทรศัพท์ไปยังหมายเลขสายด่วน 1135 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ) ปรากฏว่าคุณปุ้มใช้เวลาโทรนานถึง 3 วัน

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด… คือคำตอบเดียวจากปลายสาย

เมื่อไม่รู้จะทำยังไง จึงหมดหนทางเอาผิดกับเหล่าบรรดามิจฉาชีพที่ใช้สื่อออนไลน์เป็นช่องทางหลอกลวงต้มตุ๋น ด้วยคนร้ายเหล่านี้ไม่ใช่หมูๆ ที่จะนอนรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตามจับตัวได้อย่างง่ายดาย

อีกทั้งการติดตามจับตัวตนร้ายต้องใช้เวลาแกะรอยอยู่นานพอสมควร

ท้ายสุดคุณปุ้มอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือผู้รับผิดชอบเพียงประเด็นเดียวเท่านั้น คือเรื่องของความสะดวกสบายในการร้องทุกข์ของประชาชนผ่านช่องทางร้องทุกข์หรือแจ้งเบาะแสต่างๆ อยากให้มีเจ้าหน้าที่คอยรับโทรศัพท์อย่างเพียงพอแก่ความต้องการของประชาชน ในยามที่เรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นเต็มบ้านเต็มเมือง

โดยปกติมิจฉาชีพมักหากินโดยไม่สนใจความ เดือดร้อนของผู้อื่น ยิ่งท่านกำลังเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง เรื่องความทุกข์ทางจิตใจ คนพวกนี้กลับยิ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะอาศัยความเดือดร้อนนั้น สร้างเงื่อนไขต่อรองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากท่าน.

นิตยสารโกงฝากท่านผู้อ่านพิจารณาวิธีการต่อไปนี้ เมื่อท่านเผชิญหน้ากับแก๊งค์เงินกู้กำมะลอ
1 ขอให้ท่านทำการหลอกลวงหว่านล้อม เพื่อขอหมายเลขบัญชีธนาคารจากมิจฉาชีพมาให้ได้
2 ทุกคนสามารถใช้หมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อค้นหาชื่อบัญชีธนาคาร โดยแอพพลิเคชั่นธนาคารทั่วๆ ไปได้
3 เมื่อท่านได้หมายเลขบัญชี, ชื่อบัญชีมาแล้ว ท่านสามารถนำข้อมูลนี้มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
4 หมายเลขบัญชีมักผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือต้องลงทะเบียนด้วยหมายเลขประจำตัวประชาชน
5 ธนาคารนั้นๆ จะมีข้อมูลกิจกรรมทางการเงินทั้งหมด ว่าเงินในบัญชีถูกโยกย้ายถ่ายเททางออนไลน์เข้าสู่บัญชีอื่น ใช้ซื้อของออนไลน์กับเว็บไซต์ใด, ทำการกดออกด้วยเครื่องบริการเงินสด (เอทีเอ็ม) ณ เวลาใด สาขาใด จังหวัดใด
6 ไม่ต้องห่วง แม้มิจฉาชีพจะใช้ชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์ของผู้อื่นในการเปิดบัญชี แต่กิจกรรมทางการเงินในบัญชีนั้นๆ จะสามารถบอกร่องรอยของตัวเขาเอง
ดังนั้น หลอกเอาหมายเลขบัญชีมาให้ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *