รวยกระจุก จนกระจาย ขายสุราไม่รับผิดชอบสังคม

บรรยากาศประเทศไทยตอนนี้ไปที่ไหนๆ คงจะได้ยินคำอวยพรว่า สวัสดีปีใหม่ กันท้วนหน้า ประชาชนคนไทยเป็นผู้โชคดีที่สุดกว่าทุกประเทศในโลก เพราะมีปีใหม่ให้ฉลองมากมายถึงปีละ 4 ครั้ง

วันคริสมาสต์ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันปีใหม่ของฝรั่ง คนไทยเราไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่มีจิตยินดีร่วมฉลองไปกับเขาด้วย วันที่ 1 มกราคม เป็นวันปีใหม่สากล คนไทยเรายังรื่นเริงบันเทิงใจ ฉลองด้วยความยินดีกันทั่วหน้า วันที่ 15 เมษายน เป็นปีใหม่ไทยโบราณ อันนี้ยิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นวันรวมญาติพี่น้อง นอกจากนั้น ปีใหม่จีนคือวันตรุษจีน คนไทยเชื้อสายจีนยังมีโอกาสได้ร่วมไหว้เจ้าฉลองร่วมกัน

ถือได้ว่าเป็นประชาชนที่โชคดีที่สุดในโลก ทำให้นึกถึงคำกลอนที่ว่า

ตรุษจีนสารทจีนไทยไม่รังเกียจ ตรุษแขกก็ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ริษยา ตรุษฝรั่งมอญลาวกาวชวา ไทยเฮฮาร่วมสวาปทุกคาบเอย

แน่นอน ทุกการฉลองโดยเฉพาะสองวันปีใหม่สำคัญคือสงกรานต์ ปีใหม่ไทยกับปีใหม่สากล จะได้ยินคำสำคัญที่ว่า “7 วันอันตราย” ล่าสุด ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน แจ้งว่ามีผู้เสียชีวิต 115 ราย บาดเจ็บ 4,475 คน มากกว่าประเทศที่ทำสงครามกลางเมือง เช่นตะวันออกกลาง

หากเรียกปีใหม่ว่าเป็นวันลดประชากรโลกก็คงไม่ผิด

สอดคล้องกับ ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พบว่าการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนร้อยละ 22 เกิดจากการดื่มสุรา และเกิดขึ้นในวันหยุดยาว มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่เกิดจากผลพวงจากการดื่มสุรากว่าร้อยละ 62 เลยทีเดียว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากมายขนาดนี้ก็เป็นเพราะสุรา

มีเรื่องเล่ากันอย่างสนุกสนานว่าสุรามีเลือดของสัตว์ผสมอยู่ 4 ชนิด คือ เลือดเสือ เมื่อดื่มเข้าไปแล้วจึงดุเหมือนเสือ สามารถจะรบราฆ่าฟันกับใครก็ได้ เลือดหมู เมื่อดื่มเข้าไปแล้วนอนได้ทั้งวัน เลือดนกดื่มเข้าไปแล้วสามารถนั่งพูดคุยได้ทั้งคืน สุดท้ายคือเลือดงู ดื่มเข้าไปแล้วเลื้อยเป็นงู ขับรถเต็มท้องถนน เดินไม่ตรงทาง เมื่อดื่มเข้าไปมากๆ สิ่งที่ตามมาคืออุบัติเหตุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ส่วนใหญ่ รูปคดีจะจบลงตรงที่ใครเมา ใครขับ คู่กรณีเป็นผู้ใด ไม่มีกล่าวถึงว่าไปชื้อสุรามาจากที่ใด ผู้ประกอบการจำหน่ายสุราให้กับผู้ใด เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือเกินเวลาที่กำหนดหรือเปล่า ผู้ประกอบการรับผิดชอบต่อสังคมหรือเปล่า

จากสถิติในประเทศไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 46 ล้านคน คิดเป็น 67 เปอร์เช็นต์ของประเทศ พบว่างบประมาณ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงถึง 833 ล้านบาท ถึงแม้จะมีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ปี 2551 ห้ามโฆษณาและกระทำการไม่ว่าโดยวิธีการใดๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ทางการค้า หมายรวมถึงการสื่อสารการตลาด

แต่เรายังเห็นดารานักร้อง ผู้มีชื่อเสียงในสังคมทำกิจกรรมเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติต่อหน้าที่ของคนไทยยุคใหม่ที่ขาดจริยธรรม จึงควรประพฤติใหม่ 3 ประการ คือ
ประการที่ 1 ความรับผิดชอบ
ประการที่ 2 ความซื่อสัตย์
สุดท้ายประการที่ 3 ความตรงต่อเวลา

ยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน สื่อโซเชียลมีเดีย ในระบบอุตสาหกรรม ไม่ใช่การทำเกษตรทำนาทำไร่ คนต้องทำงานให้ตรงต่อเวลา การเดินทางที่เร่งด่วนทำให้คนขลุกอยู่กับ เฟซบุ๊ค ไลน์ อินสตาแกรม เป็นช่องทางให้คนหัวใส ขายโฆษณาผิดกฎหมายเป็นต้น บางครั้งมีการว่าจ้างดารา นายแบบบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นผู้โฆษณาให้ ดังได้ทราบข่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียกดารา นายแบบ นางแบบเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ความผิดคือทำให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่ เพราะเยาวชนใช้สื่อสังคมออนไลน์ และติดตามพฤติกรรมของเหล่าดาราที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม

ทางพระพุทธศาสนามองว่า ฆราวาสผู้ครองเรือนควรประพฤติ งดเว้นจากการค้า 5 ประเภท
1. การค้าขายเครื่องประหาร
2. การค้าขายมนุษย์
3. การค้าขายสัตว์เป็นอาหาร
4 .การ ค้าขายสุรา
5. การค้าขายยาพิษ

ด้วยถือเป็นทางเสื่อมของผู้ครองเรือน การชักชวนให้คนดื่มสุราหรือว่าดื่มเอง มีแต่โทษ นั่นเป็นเพราะทำให้สุขภาพทรุดโทรม เป็นรังแห่งโรคภัยไข้เจ็บ เสียสติสัมปชัญญะ เวลาเมาสุราแล้วประพฤติอะไรก็ได้ที่เป็นข้อห้าม ข้อบัญญัติ สามารถจะฆ่าสัตว์ ฆ่ามนุษย์ได้

เหตุที่เป็นดังกล่าวเพราะผู้ประกอบการ ดารานักร้อง นายแบบ นางแบบ ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน มุ่งแสวงหาผลประโยชน์จนละเลยความรับผิดชอบต่อสังคม จนเกิดวาทะ รวยกระจุก จนกระจาย

หากผู้ประกอบการรู้จักตอบแทนสังคม รู้ธรรมะของพระพุทธองค์สักนิดว่า สันตุฎฐี ปะระมัง ธะนัง ความรู้จักพอเป็นยอดแห่งทรัพย์ และยังแสวงหาทรัพย์อย่างละโมบจนลืมความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อเพื่อนมนุษย์นั้นก็เพราะว่าไม่รู้จักพอ ดังคำกลอนที่ว่า

“ความไม่พอจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล จนทั้งนอกจนทั้งในไม่ได้การ ต้องคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *